People Space

Wednesday, June 17, 2009

คนรุ่นเราในเงาเวลาของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์

Posted by People Space at 07:30

0 comments:

Post a Comment

Newer Post Older Post Home
Subscribe to: Post Comments (Atom)


Portrait of Chaipong Kittinaradorn drawn by M.L.Chiratorn Chirapravati

In Memory of Chaiping Kittinaradorn

People Space ขอแสดงความเสียใจกับ
ครอบครัวกิตตินราดร ต่อการจากไปของ
คุณชัยพงษ์ กิตตินราดร - ศิลปินผู้เคย
มาร่วมแสดงงานอันน่าประทับใจ
Mind's Eye: Collection of Hand-Coloured Black and White Photographs

แม้คุณชัยพงษ์จะจากไปแล้ว แต่งานภาพถ่ายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของศิลปินจะยังคงอยู่ในใจของพวกเราเสมอ

ด้วยรักและอาลัย
People Space



Related Posts Widget for Blogs by LinkWithin

Who is PS?

My Photo
People Space
We are a small space in the heart of the old Bangkok whose aim is to bring all kind of people some artistic enjoyment :-)
View my complete profile

Address

116 ถนนแพร่งภูธร แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ
เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์ 082-785-5594

เปิดเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์
11 โมง ถึง 1 ทุ่ม



How to get here

จากสี่แยกคอกวัว เดินตรงมาทางศาลเจ้าพ่อเสือ ประมาณ 300 เมตรจะเห็นถนนแพร่งภูธรอยู่ทางขวามือ เลี้ยวเข้ามาในแพร่ง เดินตรงมานิดหน่อยแล้วเลี้ยวซ้าย มองไปสุดทางจะเห็น People Space ตั้งอยู่ตรงมุมซ้าย (ป้ายเราเล็ก มองหาดีๆ นะคะ สังเกตได้จากประตูที่เป็นกระจก)

ภาพพรรณนา : Narrative Tableaux

ภาพพรรณนา : Narrative Tableaux

Openbooks REVIEW

Openbooks REVIEW

เสียงพูดสุดท้าย

เสียงพูดสุดท้าย

ยี่หวา ไชนาทาวน์

ยี่หวา ไชนาทาวน์

Mind's Eye Book

Mind\
Mind's Eye: Collections of Hand-Coloured Black and White Photographs หนังสือรวมภาพถ่ายขาวดำลงสีด้วยมือเต็มรูปแบบเล่มแรกในประเทศไทย

ภายในรูปเล่มปกแข็งสวยงาม พิมพ์ 4 สีทั้งเล่ม รวบรวมภาพถ่ายขาวดำลงสีด้วยมือกว่า 70 ภาพของคุณชัยพงษ์ กิตตินราดร

ขณะนี้มีจำหน่ายแล้วที่ People Space ในราคาพิเศษ 700 บาท จากราคาปก 1,200 บาท

หนังสือ(คุณ)ภาพที่ไม่อยากให้พลาด
ควบคุมการผลิตโดย openbooks :-)

นก คน ฝน ไฟ

นก คน ฝน ไฟ

ม.ล. ปริญญากร วรวรรณ

ดูเหมือนจะครบทศวรรษพอดีที่ผมรู้จัก ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ผ่านวัน ผ่านเดือน ผ่านปี ผมไม่เคยเห็นผู้ชายคนนี้ไปทำอย่างอื่น
สาระหลักของชีวิตผูกติดอยู่กับการเดินทางถ่ายภาพสัตว์ป่า
เป็นอยู่เช่นนั้น
ไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ น้ำมันแพง โลกร้อน หรือไม่ว่าใครจะปล้นชาติ กู้ชาติ เขายังคงทำหน้าที่ของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ในสังคมเดียวกัน จะบอกว่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวคงไม่ถูก
ในยามเศรษฐกิจบัดซบ จะบอกว่าไม่กระทบกระเทือน คงไม่ใช่
เขารำพึงรำพันถึงวิกฤติเหตุบ้านการเมืองและกระแสต่างๆ เหมือนกัน ทุกครั้งที่พบปะและมีเวลาพูดคุยกันยาวๆ แต่ก็แค่นั้น ได้บอกระบายพอรับรู้ทรรศนะของกันและกันแล้ว เขายังคงขับรถเข้าป่าไปโดยลำพังเหมือนเช่นเคย
“สัตว์แต่ละตัวมีหน้าที่ของมัน”
เขาใช้คำพูดนี้บ่อยๆ
สิ่งที่เขาทำอยู่ก็คล้ายเป็นเช่นนั้น
คือมั่นคงในหน้าที่การงานของตัวเอง
ยืนยัน ยืนหยัด ยืนระยะ

วรพจน์ พันธุ์พงศ์

In Paris

In Paris

ศุภชัย เกศการุณกุล

ราวสัก 10 ปีก่อน
ผมเคยยืนจิบเอสเปรสโซ่แก้อาการหนาวสั่นอยู่บนหอไอเฟล เหม่อมองเมืองแห่งแฟชั่นและศิลปะด้วยสายตานก
นิวขึ้นไปยืน ณ จุดเดียวกันกับผมในอีกหลายปีต่อมา
เพียงครั้งเดียว—ถ้าผมจำไม่ผิด และฟิล์มของเขาแทบไม่มีภาพแท่งเหล็กยักษ์กลางใจเมืองนี้อยู่เลย
อะไรที่คนอื่นถ่ายหรือทำมากพอแล้ว เขาพยายามเลี่ยงไปทำอย่างอื่น เพื่อไม่ให้ช้ำ ซ้ำซาก เพื่อเพิ่มความหลากหลายในการเรียนรู้
ผมเห็นด้วยมากๆ กับแนวคิดนี้

ที่ผ่านมา มีคนเขียนถึงปารีสมากมายเหลือเกิน แต่เรื่องและภาพในหนังสือนิวก็มีลักษณะเฉพาะตัว หรือที่เรียกว่า unique
ยากที่ใครจะเก็บอารมณ์กาแฟ บุหรี่ และบทกวีมาใส่ในเนื้องานได้เหมือนเขา
น่าสนใจว่า สามสิ่งนี้เชื่อมร้อยอยู่กับการเดินทาง
คนละความหมายกับการสะสมไมล์หรือถ่ายรูปคู่กับป้ายเหนือสุด ใต้สุด แปลกใหม่ มหัศจรรย์ที่สุด การเดินทางของเขาหมายถึงการเรียนรู้โลกกว้างเพื่อชะล้างกล่อมเกลาส่วนลึกข้างใน
ฝรั่งเศสหรือประเทศไทยเป็นเพียงเปลือกหรือรูปลักษณ์หลักฐาน แท้จริงมันเป็นเรื่องจิตวิญญาณคนหนุ่มสาวซึ่งยังคงเต้นเร่าคุโชนอยู่ในเลือดเนื้อ รอคอยเวลาเปล่งประกาย

วรพจน์ พันธุ์พงศ์
17 มิถุนายน 2551




Dan Overturf

แดน โอเวอร์เทิร์ฟ เกิดที่รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 1958 และเริ่มอาชีพช่างภาพตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาภาพถ่ายจากมหาวิทยาลัย Southern Illinois และระดับปริญญาโทสาขาภาพพิมพ์จาก SIUC School of Art เขาเริ่มต้นงานสอนที่มหาวิทยาลัย Wichita State ในแคนซัส ก่อนจะกลับมาเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภาพยนตร์และการถ่ายภาพที่มหาวิทยาลัย Southern Illinois

A River through Illinois คือโปรเจ็คต์ขนาดยาวที่แดนริเริ่มขึ้น โดยเป็นภาพถ่ายเชิงสารคดีที่บันทึกภาพผู้คนที่ใช้ชีวิตและทำงานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิลลินอยส์ที่ไหลทอดยาวจากเซ็นต์หลุยส์ไปจนถึงชิคาโก มีหนังสือชื่อเดียวกันตีพิมพ์ออกมาในปี 2008 นอกจากนี้ เขายังทำงานร่วมกับกลุ่มนักเรียนยักศึกษาในนิทรรศการชื่อ Working in the Seams: The African American Coal Culture of Illinois ซึ่งถูกนำไปแสดงในหลายเมืองในสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบัน แดนอาศัยอยู่ที่รัฐอิลลินอยส์ เขายังเป็นอาจารย์สอนถ่ายภาพและทำงานถ่ายภาพอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในเชิงสารคดีและเชิงเล่าเรื่อง


ชมผมงานของแดนเพิ่มเติมได้ที่ www.danoverturf.com

Rong Wongsawan

'รงค์ วงษ์สวรรค์

เกิดวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๔๗๕ ที่ตำบลคลองมะขามเฒ่า จังหวัด ชัยนาท บิดารับราชการเป็นวิศวกร กรมชลประทาน แม่เป็นชาวสวน รงค์ สมรสกับ สุมาลี ตระการไทย มีบุตรสองคนคือ วงศ์ดำเลิง กับสเริงรงค์

ชีวิตวัยเด็กอยู่กับยายที่โพธาราม จังหวัดราชบุรี เพราะพ่อต้องออกไปทำงานตามป่าเขา รงค์ช่วยแม่ทำมาหากินอีกทาง ตั้งแต่ยังเรียนชั้นประถมศึกษาง โรงเรียนโพธารามวัฒนาเสนี อำเภอโพธาราม ราชบุรีง โดยนำท็อฟฟี่ที่แม่ทำไปขายที่โรงเรียน แม้ภายหลังจะเข้ามาเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ ปิดเทอมจะกลับบ้านไปช่วยแม่หาบแตงโมขาย การเรียนที่อำนวยศิลป์รุ่นลมหวน จึงมีเพื่อนร่วมรุ่น เช่น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, พล.อ.วันชัย เรืองตระกูล และทวี ชูทรัพย์ (อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์) เป็นต้น เข้าเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มีผลการเรียนดี แต่ถูกให้ออกเพราะทะเลาะกับครู


ผ่านชีวิตมามากพอ จึงมีวัตถุดิบสำหรับงานประพันธ์ มีใจรักหนังสือและรับรสวรรณคดีจากการอ่านให้พ่อและยายฟัง เริ่มเขียนหนังสือลงจุลสารของโรงเรียนเตรียมอุดม พึงใจและรับผลสะเทือนจากสำนวน "สวิง" หรือสำนวนเพรียวลมของ วิตต์ สุทธเสถียร ครั้น 'รงค์ เขียนหนังสือ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เรียกสำนวนของเขาว่าสำนวน "เพรียวลม"

เมื่อออกจากโรงเรียนเขาเคยเป็นนายท้ายเรือโยงจากบางบัวทอง นนทบุรีไปสุพรรณบุรี เคยขึ้นไปอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นคนคุมปางไม้ เมื่อกลับกรุงเทพฯ ได้แสดงภาพยนตร์ ในบทพระรอง จากเรื่องชั่วฟ้าดินสลาย บทประพันธ์ของเรียมเอง และเป็นนายแบบของนิตยสารจึงรู้จัก ม.ล.ต้อย ชุมสาย ศิลปินทางการถ่ายภาพนู้ดของไทย'รงค์ ได้เรียนการถ่ายภาพจาก ม.ล.ต้อย และเป็นผู้พาไปรู้จักคนในวงหนังสือพิมพ์ กระทั่งได้เข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์สยามรัฐ พ.ศ.๒๔๙๗

ต่อมาเริ่มถ่ายภาพที่ชวนสนใจทั้งภาพและการเขียนคำบรรยาย จากนั้นเริ่มเขียนคอลัมน์ "รำพึง-รำพัน" ด้วยนามปากกา "ลำพู" ในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ทำให้ชื่อเสียงเริ่มรู้จักทั่วไป และมีผลงานรวมเล่มเรื่อง หนาวผู้หญิง ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓

งานเขียนของ รงค์ วงษ์สวรรค์ มีหลายประเภท อาทิ นวนิยาย เรื่องสั้น ปกิณกะ บทความ และ ฯลฯ ผลงานที่จัดพิมพ์รวมเล่มมีประมาณหนึ่งร้อยเล่ม เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๘ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ประกาศเกียรติคุณว่า รงค์ เป็นหนึ่งในจำนวนนักเขียน เรื่องสั้นดีเด่นของไทยในวาระครบรอบร้อยปีเรื่องสั้นไทย พร้อมผกับพิมพ์เรื่อง "แจ้ง ใบตอง ผู้ยิ่งยงแห่งสวนกล้วย" อันเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเสเพลบอยชาวไร่

อีกสิบปีต่อมา คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ประกาศเชิดชูเกียรติให้ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๘ ผลงานรวมเล่มที่มีชื่อเสียงนอกจากเสเพลบอยชาวไร่แล้ว ยังมีอีกหลายเล่ม อาทิ สารคดีไฉไลคลาสสิค เถ้าอารมณ์ สนิมสร้อย สนิมกรุงเทพฯ ปีนตลิ่งคืนรัก และ ผู้ดีน้ำครำ เป็นต้น ล้วนได้รับความชื่นชมเป็นที่กล่าวขวัญ

อ่านชีวิตและผลงานของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ ได้ที่
http://www.tuneingarden.com/


Tawatchai Pattanaporn

ธวัชชัย พัฒนาภรณ์

ช่างภาพอิสระที่ยังหลงงมงายกับฟิล์มและน้ำยาเคมีในห้องมืด

จบการศึกษาจากคณะสถาปัตย์ฯ ลาดกระบัง เมื่อปี 2546 เคยทำงานประจำในรายการ คนค้นคน ระยะเวลาหนึ่ง เพื่อศึกษาวิถีการทำงานสารคดี ก่อนจะทดสอบตัวเอง ด้วยการลงไปทำงานที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้กับวรพจน์ พันธุ์พงศ์-นักเขียนหนุ่ม จนมีหนังสือและนิทรรศการภาพถ่าย "ที่เกิดเหตุ บันทึก1ปีใน3จังหวัดชายแดนใต้"

ธวัชชัยเชื่อในวิถีของช่าง ทักษะที่หมั่นฝึกฝนจะช่วยขัดเกลาตนเอง จึงยังคงมีความสุขในการพัฒนาทักษะการล้างฟิล์ม อัดภาพด้วยมือ ยอมรับในความผิดพลาด โดยที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ได้ เพื่อจะไปถึงบางด้านที่คนยุค undo-delete ขาดไป

ปัจจุบันถ่ายภาพในแนวทางสารคดี (Documentary) เพื่อบันทึกความเป็นไปแห่งยุค

ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนรักภาพขาว-ดำได้ที่ http://www.bwfoto.net/

ติดต่อธวัชชัย: tuche_t@hotmail.com




Tatree Sangmee-arnuphab

ธาตรี แสงมีอานุภาพ จบคณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาการสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

จากอาชีพช่างภาพอิสระที่เชียงใหม่ เขาเข้ามาทำงานที่นิตยสาร OPEN ช่วงปลายปี 2547 ช่วงสั้น ๆ จากนั้นเขาได้ทำงานกับนิตยสาร a day weekly ต้าเจียห่าว และนิตยสาร ฅ คน รวมระยะเวลาได้ประมาณ 4 ปี

ปัจจุบันเขากำลังกลับไปเริ่มต้นกิจการเล็กๆ ที่บ้านเกิดในจังหวัดเชียงใหม่


Sarinee Achavanuntakul + Angkrit Ajchariyasophon

สฤณี อาชวานันทกุล

นักวิชาการอิสระด้านการเงิน อาจารย์พิเศษ และนักเขียน จบการศึกษาปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจากอเมริกา อดีตเคยเป็นพนักงานสินเชื่อของธนาคารไทยพาณิชย์ วาณิชธนกรของ Deutsche Bank สาขาฮ่องกง วาณิชธนกรของบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ และล่าสุดเป็นกรรมการบริหารของ Hunters Advisory บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน ปัจจุบันมีความสุขกับการเขียนหนังสือ สอนหนังสือ ทำงานวิจัย และแสวงหาช่องทางใหม่ๆ ที่จะถ่ายทอด ต่อยอด และผนวกผสานประสบการณ์ในโลกการเงินเข้ากับความสนใจส่วนตัวในด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะระบบการเงินท้องถิ่น

นักท่องเว็บชาวไทยส่วนใหญ่รู้จักในชื่อ "คนชายขอบ" หรือ "Fringer" จากบล็อก
http://www.fringer.org ซึ่งการเขียนบล็อกได้นำไปสู่การเป็นคอลัมนิสต์ประจำโอเพ่นออนไลน์ (http://www.onopen.com) หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ และคอลัมน์ "คนไม่สำคัญ" ในนิตยสารสารคดี ดูรายชื่อหนังสือและบทความทั้งหมดที่เป็นผู้แต่งหรือแปลได้จากหน้านี้ของบล็อก "คนชายขอบ"

นายอังกฤษ อัจฉริยโสภณ

เกิดในปี พ.ศ.2519 ที่จังหวัดเชียงราย จบการศึกษาทางด้านศิลปะจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เริ่มร่อนเร่แสดงผลงานศิลปะครั้งแรกที่ประเทศนิวซีแลนด์ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนในปี พ.ศ. 2539 หลังจากนั้นได้จัดตั้งสโมสร "อังกฤษ แฟนคลับ" มีสมาชิกทั้งหมด 60 คน ต่อมาในปี 2541 จัดตั้ง "อังกฤษ ฟาร์ม" โดยรับผสมพันธ์เพื่อเร่งผลิตทายาทศิลปินออกสู่ตลาดศิลปะ และในปี 2542 จัดทำ "โครงการสีเหลือง" เป็นวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาตรี

หลังจากนั้นเสี่ยงเดินทางท่องเที่ยวในยุโรปเป็นเวลา 6 เดือน ด้วยความคาดหวังว่าระบบคิดจะเฉียบคมและลอกคราบกลายร่างเป็นมนุษย์ที่แท้จริงตามแบบอย่างชาวตะวันตกผู้มีตรรกะอารยธรรมอันสุดซับซ้อนซ่อนกล แต่ผิดหวัง! จากประสบการณ์ความผิดหวังเสียใจครั้งใหญ่นี้ จึงลาบวชกลายร่างเป็นพระไทยที่ประเทศเยอรมนีทดแทนตัวตนเดิม ก่อนจะร่อนผ้าเหลืองกลับมาสึกที่จังหวัดเชียงรายบ้านเกิด โดยทิ้งความสนใจใคร่รู้จากกรอบวิทยาศาสตร์เคลือบมันวาว เปลี่ยนเป็นให้ความสนใจห่วงแหนเป็นพิเศษแก่"หมีแพนด้า"ซึ่งเป็นทูตสันถวไมตรีถึง 2 ท่านที่มาประจำการในกรงสวนสัตว์เมืองไทย และมุ่งมั่นฝึกการปฏิบัติวิปัสสนาระงับจิตขั้นสูง (จากความรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็นฝรั่งนั่งวิปัสสนาหรือเล่นโยคะ) บังเกิดนิมิตมงคลจึงกลับมามีความพยายามอีกครั้งที่จะเป็น"ผู้ดีแบบอังกฤษ" โดยสมบูรณ์

เมื่อกลับมาสู่ความจริงในปัจจุบัน นายอังกฤษ อัจฉริยโสภณ พำนักอยู่ที่จังหวัดเชียงราย เป็นผู้จัดการร้านเกาเหลาเลือดหมูสมุนไพรจิงจูฉ่าย(เปิดเวลา 06:30 -15:00 น.) ขณะยังคงศึกษาภาษาและอารยธรรมแบบตะวันตก ผ่านการอ่านนิทานสำหรับเด็กให้ลูกชายฟังก่อนนอนทุกคืน(เป็นภาษาอังกฤษ!)

อนาคตอันใกล้จะเลิกใช้ถุงผ้าและหันมาหิ้วปิ่นโตเดินจ่ายตลาดอย่างจริงจัง


ปัจจุบัน อังกฤษเปิดแกลเลอรีเล็กๆ อยู่ที่จังหวัดเชียงราย เยี่ยมชมแกลเลอรีของเขาได้ที่ http://angkritgallery.com

ติดตามความเคลื่อนไหวของอังกฤษได้ที่ http://angkrit.blogspot.com



Chananun Chotrungroj

ชนานันต์ โชติรุ่งโรจน์ จบการศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาการสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังจากนั้นร่วมทำงานกับนิตยสารโอเพ่นในฐานะช่างภาพอยู่หลายปี ก่อนที่จะเดินทางไปยังประเทศเกาหลีในปี 2005 เพื่อเข้าร่วมโครงการ Asian Artist Fellowship Program หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในเกาหลีได้ 1 ปีเต็ม ปัจจุบันชนานันต์กลับมายังกรุงเทพฯ และยังคงถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง นิทรรศการ Death by Conscience คือนิทรรศการส่งท้ายก่อนที่เธอจะเดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศสหรัฐอเมริกา

M.L. Prinyakorn Voravan

กล่าวสำหรับภาพสัตว์ป่า ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ แทบจะเป็นคนเดียวที่ทำงานด้านนี้มาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 20 ปี จากลูกหลานของอดีตพรานในเทือกเขาดงพญาเย็น เขาหักเหเปลี่ยนทัศนคติ แทนที่จะเป็นปืนเช่นคนรุ่นบรรพบุรุษ อาวุธของเขาคือกล้อง ปรัชญาชีวิตเปลี่ยนวิธีคิดจากการล่ามาสู่การเล่า

เล่าด้วยเรื่องและภาพซึ่งมั่นคงแล้วในเส้นทางของตัวเอง

Supachai Ketkaroonkul

ศุภชัย เกศการุณกุล จบคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สาขาภาพยนตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาพพอร์เทรตขาวดำของเขามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งกับการก่อร่างสร้างตัวของนิตยสาร open ในระยะบุกเบิก ความงามที่ถูกถ่ายทอดมีกลิ่นอายของความดิบ แต่ไม่เถื่อน เป็นการปะทะและคัดลอกความจริงในเซนส์สารคดี ทว่าก็มีรสละมุนละไมของบทกวีอาบเคลือบ

อาจกล่าวได้ว่าเป็นสไตล์หรือสกุลหนึ่งที่สร้างรสนิยมและส่งผลตกกระทบมาถึงปัจจุบัน

เขาเดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโท สำเร็จแล้วตัดสินใจบินกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด โดยยังคงถ่ายภาพเป็นอาชีพเหมือนเช่นเคย


Chaipong Kittinaradorn

ชัยพงษ์ กิตตินราดร สำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่สภากาชาดสากลก่อนจะหันมาทำงานภาคเอกชน ปัจจุบันเขาทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ในกรุงเทพฯ

แม้อาชีพการงานจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ้าง แต่ศาสตร์แห่งการถ่ายภาพเป็นสิ่งที่เขาหลงใหลเรื่อยมาโดยเริ่มจากการใช้ฟิล์มสี จากนั้นเปลี่ยนมาเป็นฟิล์มสไลด์ จนกระทั่งได้พบกับการถ่ายภาพขาวดำ และเพื่อที่จะเติมเต็มจินตนาการ เขาเริ่มแต่งแต้มสีสันลงบนภาพถ่ายขาวดำเหล่านั้น

ปัจจุบัน เขากำลังก่อร่างสร้างกลุ่มของผู้ที่รักภาพลงสีด้วยมือ (Hand-Coloured) ในประเทศไทย

นอกจากนี้ เขายังเคยสอนวิชาการถ่ายภาพที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม และแสดงนิทรรศการภาพถ่ายลงสีด้วยมือที่หอศิลปกรรมร่วมสมัยเวียงตะวันและอีกหลายมหาวิทยาลัยทางภาคใต้ของประเทศไทย เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Black and White Rhapsodies Group (
http://www.bwfoto.net/)

และเมื่อไม่นานมานี้ เขาถ่ายภาพให้หนังสือ พุทธบูรณา: พุทธทาสฉบับท่าพระจันทร์ เขียนโดย สุวินัย ภรณวลัย ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของท่านพุทธทาสภิกขุ ผู้สละทั้งชีวิตแผ้วถางปูทางธรรมให้แก่อนุชนคนรุ่นหลัง

กษมา ภรรยาของเขาเป็นแพทย์แผนไทยและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรม ชิตพงษ์ ลูกชายคนโต ทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่สถาบันไทยรูรัลเน็ต (TRN) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ส่วนรักพงษ์ ลูกชายคนเล็ก ได้รับรางวัลเหรียญเงินดาราศาสตร์โอลิมปิค ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยมหิดล สมาชิกครอบครัวจะมาพบปะกันทุกสัปดาห์เพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตและแรงดลใจ

ติดต่อศิลปินได้ที่ chaipong.k@gmail.com



Wisut Ponnimit

วิศุทธิ์ พรนิมิตร เป็นหนึ่งในน้อยคนที่ฝันอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนแล้วได้เป็นจริงๆชื่อเสียงและลายเส้นของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักจากงานซีรีส์ hesheitในนิตยสาร Katch และ Manga Katch สองนิตยสารวัยรุ่นที่เคยฟู่ฟ่าภายใต้การดูแลของกลุ่มเบเกอรี่ มิวสิค ก่อนจะปิดตัวลงทั้งสองเล่มวิศุทธิ์นำ hesheit ไปสานต่อในนิตยสารน้องใหม่ที่ชื่อ a day และจากนั้นมันกลายเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านชื่นชมและด้านไม่เข้าใจแต่ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ ไม่มีใครปฎิเสธได้ว่า hesheit มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อนและเนื้อหาของมันในแทบทุกตอน สะท้อนว่าวิศุทธิ์เป็นหนุ่มผู้มีความคิดลึกซึ้งช่างสังเกต ช่างตั้งคำถามและมีความละเอียดอ่อนต่อทุกประสบการณ์ที่เขาพบเจอในชีวิต

ความโด่งดังของ hesheit ทำให้วิศุทธิ์กลายเป็นฮีโร่สำหรับวัยรุ่นหลายคนและทำให้เขาได้ขยายงานสู่การทำอนิเมชั่น (มิวสิควิดีโอโจอี้ บอย และโมเดิร์นด็อก) ซึ่งถือเป็นอีกก้าวของงานการ์ตูนที่เขาสนใจhesheit ได้รับการรวมเล่มโดยอมรินทร์พับลิชชิ่งออกมาพร้อมๆ กันถึง 8 เล่ม (บางเล่มวิศุทธิ์เคยพิมพ์กับ TMCX มาก่อนหน้านั้นแล้ว) และยังมีงานการ์ตูนยาวแบบเล่มเดียวจบชื่อ "ควันใต้หมวก" (พิมพ์โดย a day) ออกมาแสดงถึงการพัฒนาทางฝีมือและความคิดของเขาอย่างชัดเจน

ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในปี 2004 วิศุทธิ์เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นด้วยความตั้งใจจะเรียนภาษาพร้อมๆ กับพยายามเผยแพร่งานตัวเองไปด้วยเขาอาจจะเป็นหนึ่งในนักเขียนการ์ตูนไทยไม่กี่คนที่มีความพยายามอย่างมุ่งมั่นที่จะออกไปสร้างงานในประเทศที่เป็นแหล่งแข่งขันทางการ์ตูนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกและที่สำคัญกว่านั้นคือวิศุทธิ์ทำสำเร็จไม่เพียงชื่อเสียงและผลงานของเขาจะกลายเป็นที่สนใจของชาวญี่ปุ่นได้ในเวลาเพียงไม่ถึงปีและมีผลงานรวมการ์ตูนเรื่อง everybodyeverything พิมพ์ออกมาโดยสำนักพิมพ์ญี่ปุ่นแท้ๆแต่ทั้งงานการ์ตูนและงานอนิเมชั่นของวิศุทธิ์ ถือเป็นปรากฏการณ์แปลกใหม่แม้แต่ในประเทศอย่างญี่ปุ่นเองนี่คือสาเหตุที่ความสนใจในงานของวิศุทธิ์ยังดำเนินไปไม่หยุดยั้งและทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ (เขาได้รับเลือกจากนิตยสาร Elle ของญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งใน 250 คนที่น่าจับตามองของโลกในขณะนี้!)

ปัจจุบันวิศุทธิ์มีงานในญี่ปุ่นอย่างชุกชุม เขามีหนังสือออกมาแล้วหลายเล่มทำอนิเมชั่นให้หนังโฆษณา โทรศัพท์มือถือ วาดภาพให้ปกซีดีเพลงปกหนังสือของนักเขียนชื่อดัง แต่งร้านอาหารแสดงเปียโนสดประกอบอนิเมชั่น ร่วมในนิทรรศการศิลปะและมีการ์ตูนเรื่องยาวของตัวเองลงทุกเดือนใน IKKI นิตยสารการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น

ตั้ม online: http://web.mac.com/wisut/wisut/main.html
สิ่งของฝีมือตั้ม: http://www.tamaribathai.com/

ขอบคุณไต้ฝุ่นสำหรับประวัติพี่ตั้ม :-)



ในเงาเวลาของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์

ในเงาเวลาของ \

จาก ฅ. คนข้างฝา ถึงใบหญ้าข้างทาง

จาก ฅ. คนข้างฝา ถึงใบหญ้าข้างทาง

ไทยแลนด์แดนสวรรค์ : Paradise Thailand

ไทยแลนด์แดนสวรรค์ : Paradise Thailand

Death by Conscience

Death by Conscience

จากป่าลึกสู่ปารีส

จากป่าลึกสู่ปารีส

Mind's Eye: Collection of Hand-Coloured Black and White Photographs

Mind\

กระดาษ: นิทรรศการแสดงต้นฉบับงานของ วิศุทธิ์ พรนิมิตร

กระดาษ: นิทรรศการแสดงต้นฉบับงานของ วิศุทธิ์ พรนิมิตร

PS Archive


Tune In

  • o p e n
  • Typhoon
  • Tune In
  • คนชายขอบ
  • B&W Rhapsodies Group
  • tamariba
  • Angkrit Gallery
  • WAKE UP! Internet TV

free hit counter
hit counter