Thursday, September 17, 2009

สายลมพลิ้วผ่านต้นจำปา ในดวงตาของชัยพงษ์ กิตตินราดร

นี่เป็นอีกคืนหนึ่งที่ผมรู้สึกใจหาย ใจหายเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างหายไปจากชีวิต ไม่ต่างจากเมื่อครั้งที่ทราบข่าวว่า คุณ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ เสียชีวิต

ผมแวะเข้าไปจัดการงานเล็กน้อยที่บ้านสีฟ้า สำนักงานของ openbooks ในช่วงบ่าย ตกเย็นชวน วรพจน์ พันธุ์พงศ์ ให้ขึ้นรถมากินข้าวด้วยกันที่ PS Gallery แพร่งภูธร เพราะมีนัดกับนักเขียนรุ่นใหม่หลายคนที่มีผลงานอยู่ใน www.onopen.com รถติดเล็กน้อยตอนที่เรากำลังจะออกเดินทาง เราเปรยถึงคุณชัยพงษ์ กิตตินราดร ช่างภาพขาว-ดำ ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

คุณชัยพงษ์ล้มป่วยลงด้วยโรคมะเร็งมาได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว อาการของโรคลุกลามไปอย่างรวดเร็ว จนคุณชัยพงษ์ทรุดหนัก ผมแวะไปเยี่ยมคุณชัยพงษ์เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน แม้อาการภายนอกจะบ่งบอกถึงการเสื่อมโทรมลงไปของสังขาร แต่จากสภาวะจิตภายใน คุณชัยพงษ์ยังคงเข้มแข็งและพูดจาตอบโต้กับพวกเรา อันหมายรวมถึงเต้-ธวัชชัย พัฒนาภรณ์ และคุณปุ๋ยแห่ง bwfoto.net ได้เป็นอย่างดี

เราคุยกันถึงการนำเอางานภาพถ่ายขาว-ดำ ในส่วนที่ยังไม่เคยมีการจัดแสดงของคุณชัยพงษ์ มารวมเล่มตีพิมพ์ คุณปุ๋ยและเต้กรุณารวบรวมต้นฉบับทั้งหมดมาให้คุณชัยพงษ์ได้เลือกคัด คุณชัยพงษ์เองก็ยังมีสติดีพอที่จะคัดส่วนที่คิดว่าไม่เป็นเอกภาพออกไป และฝากฝังให้ผมช่วยเขียนคำนำในหนังสือให้ด้วย

“เขียนอะไรก็ได้ ตามใจคุณภิญโญ จะเขียนถึงเรื่องความป่วยไข้ หรือความตายของผมก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจ ใช้ผมเป็นกรณีศึกษาได้” คุณชัยพงษ์บอกผมด้วยน้ำเสียงอิดโรย ด้วยช่วงนั้นระบบการทำงานของตับและไตค่อนข้างจะมีปัญหาหนัก ขาคุณชัยพงษ์จึงบวม ร่างกายซีดเหลืองและซูบลงไปจากเดิมเป็นอันมาก
“พี่จะรีบไปไหน หนังสือยังไม่เสร็จห้ามตายนะพี่ ผมในฐานะบรรณาธิการยังไม่อนุญาตให้พี่ตาย” ผมแกล้งหยอกเย้ากับคุณชัยพงษ์แรงๆ ซึ่งก็ช่วยทำให้คุณชัยพงษ์หัวเราะออกมาได้เบาๆ ผมจึงกระเซ้าต่อว่า
“อยู่ช่วยขายหนังสือให้ผมก่อนนะพี่”
คุณชัยพงษ์ไม่ได้รับปาก เพียงแต่บอกว่า
“ผมอ่อนแรงเต็มที อาการตอนนี้อยู่ในขั้นตรีทูตแล้ว”
“พี่ต้องมาเปิดงานแสดงภาพถ่ายให้ผมก่อน ถ้าเดินไม่ไหวจะให้โฟนอินมาเหมือนคุณทักษิณ”
คุณชัยพงษ์ซึ่งเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยตัวยงหัวเราะเบาๆ กับตลกร้ายของผม

ทั้งหมดนี้ คือบทสนทนาครั้งสุดท้ายระหว่างคุณชัยพงษ์กับผม เพราะบ่ายวันนี้ ในเวลาใกล้เคียงกับที่เราออกเดินทางจากสำนักงานมาที่แกลเลอรี่และกำลังคุยถึงพี่ชัยพงษ์ พี่ชัยพงษ์ก็สิ้นลมอย่างสงบ


กว่าผมจะทราบข่าวก็ช่วงค่ำ เมื่อเต้โทรศัพท์มาแจ้ง ผมรู้สึกใจหายเหมือนดังที่เล่าไว้ในเบื้องต้น ผมหยิบหนังสือ Mind’s Eye ที่วางอยู่ในแกลเลอรี่มาให้ทุกคนดู บางคนที่ยังไม่เคยเห็นภาพของคุณชัยพงษ์มาก่อน เอ่ยปากชมว่าภาพสวยมาก

ผมเพิ่งนึกได้ว่าหยิบหนังสือเล่มนี้ห่อใหญ่ฝากวรพจน์ช่วยถือขึ้นรถมาเมื่อตอนบ่ายนี้เอง หนังสือ Mind’s Eye ที่แกลเลอรี่เหลือน้อย แต่ผมก็ยังไม่เคยหยิบมาเติมเสียที จนกระทั่งวันนี้ ทั้งๆ ที่มีหนังสืออื่นเต็มกระเป๋า แต่ผมก็ตั้งใจว่า จะหยิบหนังสือของพี่ชัยพงษ์มาที่แกลเลอรี่

หรือพี่ชัยพงษ์จะส่งข่าวบางอย่างมาถึงผม ถึงตอนนี้ ผมเองก็อดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนั้น

ผมรู้จักพี่ชัยพงษ์ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่คิดว่าจะพิมพ์รวมเล่มหนังสือ พุทธบูรณา (พุทธทาสฉบับท่าพระจันทร์) ของอาจารย์สุวินัย ภรณวลัย ผมถามเต้-ธวัชชัย ว่ารู้จักช่างภาพขาว-ดำฝีมือดีที่สนใจงานทางด้านศาสนาบ้างไหม ไม่กี่วันต่อมาเต้ก็แนะนำให้ผมรู้จักกับพี่ชัยพงษ์

วันนั้น พี่ชัยพงษ์ขับรถมาเยี่ยมบ้านสีฟ้า พร้อมภาพถ่ายกล่องใหญ่ ผมดูภาพแล้วก็ตัดสินใจโดยไม่ต้องลังเลเลยว่า งานนี้คงต้องอาศัยประสบการณ์และสายสัมพันธ์ของพี่ชัยพงษ์เป็นแน่แท้ เพราะหนังสือเล่มนี้เป็นการเรียบเรียงชีวประวัติท่านอาจารย์พุทธทาสขึ้นมาใหม่ในรูปแบบกึ่งนวนิยาย ภาพถ่ายทั้งหลาย จึงมิใช่ภาพประกอบตรงไปตรง หากแต่ต้องอาศัยการตีความของช่างภาพ ซึ่งช่างภาพที่จะถ่ายงานในลักษณะนี้ได้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเคยผ่านสวนโมกข์มาแล้ว ไม่ว่ารูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งก็ให้พอดีที่พี่ชัยพงษ์เป็นช่างภาพผู้นั้น

ผู้ซึ่งสนใจทั้งภาพ สนใจทั้งธรรม และมีความดื่มด่ำกับสวนโมกข์

พี่ชัยพงษ์หายตัวไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพราะต้องเดินทางลงใต้ ครั้นถึงกำหนดนัดหมาย พี่ชัยพงษ์กลับมาพร้อมภาพถ่ายขาว-ดำกล่องใหญ่ และนั่นได้กลายเป็นภาพประกอบที่สวยงามในหนังสือ พุทธบูรณา ซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับหนังสือเป็นอย่างยิ่ง ภาพบางภาพ เช่นห้องนอนของท่านอาจารย์พุทธทาส ห้องหนังสือ ถ้าไม่ได้รู้จักกับพระคุณเจ้าทั้งหลายที่ดูแลสวนโมกข์อยู่ทุกวันนี้ ก็คงเป็นการยากเต็มทีที่จะได้เข้าไปถ่าย บางภาพคุณชัยพงษ์ต้องยอมตื่นแต่เช้ามืด เพื่อเก็บภาพพระในสวนโมกข์ตื่นขึ้นมาเดิมจงกลม ผมเองไม่ใช่ช่างภาพ แต่ก็เข้าใจว่า โดยทางเทคนิคแล้วคงยากเอาการอยู่ เพราะในยามเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเช่นนั้น ไหนเลยจะมีแสงธรรมชาติให้ถ่ายภาพได้ ลำพังแสงจากหลอดไฟไม่กี่แรงเทียน แค่มือสั่นนิดเดียว ภาพก็ไหวเสียแล้ว แต่พี่ชัยพงษ์ก็สามารถถ่ายภาพดังกล่าวออกมาได้อย่างน่าดูชม

นี่คือสปิริตที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพถ่ายของพี่ชัยพงษ์

หนังสือพุทธบูรณาทำให้พี่ชัยพงษ์มีโอกาสได้ขึ้นเวทีเดียวกับอาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อาจารย์สุวินัย ภรณวลัย ที่ห้องประชุมใหม่เอี่ยมบนตึกโดม ท่าพระจันทร์ แม้จะไม่เคยเอ่ยปากบอกกันตรงๆ แต่ผมเชื่อว่า ในฐานะศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ พี่ชัยพงษ์น่าจะมีความภูมิใจอยู่ไม่น้อย ที่ได้กลับมารับใช้สถาบันเก่าของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ร่วมกับนักคิดชั้นนำที่ตนเองนับถือ

รายการเสวนาวันนั้นสนุกครับ อาจารย์เสกสรรอยู่ในภาวะถอดหมวกออกเสียแล้ว วงสนทนาจึงไม่เครียด หากเต็มไปด้วยความลุ่มลึกและอารมณ์ขัน ผมเองได้ร่วมทำหน้าที่ซักถามอยู่บนเวทีวันนั้น ได้เห็นสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสของทุกคนแล้ว บอกได้คำเดียวว่าสุขใจ

จากการได้ร่วมงานกันในครั้งนั้น พี่ชัยพงษ์กับผมก็คบหากันเรื่อยมา ทั้งในฐานะพี่น้องและเพื่อนร่วมงาน(ต่างวัย) เมื่อเราริเริ่มจะเปิดแกลเลอรี่ที่แพร่งภูธร พี่ชัยพงษ์จึงกลายเป็นช่างภาพคนแรกที่ได้รับเชิญให้มาแสดงงาน ด้วยความเห็นพ้องต้องกันของทุกฝ่าย

กิจการแกลเลอรี่ขนาดเล็กของพวกเราในช่วงเริ่มต้นค่อนข้างขรุขระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านงบประมาณ และก็เป็นพี่ชัยพงษ์นี่เองที่คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือ ถึงขนาดที่ว่า ขนทั้งเครื่องปรับอากาศและช่างมาติดตั้งแอร์ตัวใหญ่ให้ถึงที่ หลังจากพบว่าแกลเลอรี่แห่งนี้ช่างร้อนเหลือเกิน

น้ำใจจากพี่ชัยพงษ์ทำให้ชั้นสองเปลี่ยนจากห้องซาวน่ากลายมาเป็นห้องที่เย็นฉ่ำ เป็นสถานที่ที่เราสามารถใช้จัดกิจกรรม ทั้งเสวนา เล่นดนตรี ฉายภาพยนตร์ มาได้ด้วยดี โดยที่ผู้ฟังอาจไม่เคยรู้เลยว่า อากาศที่เย็นสบายนั้น มีชายชื่อ ชัยพงษ์ กิตตินราดร อยู่เบื้องหลัง

และก็ด้วยงานแสดงนี้เอง ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสกลับมาร่วมงานกับพี่ชัยพงษ์อีกครั้ง ในโครงการหนังสือ Mind’s Eye ซึ่งเป็นการตีพิมพ์ภาพถ่ายขาว-ดำลงสีด้วยมือเป็นเล่ม (ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกๆ ของประเทศไทย) งานนี้เป็นงานใหญ่ ใช้เวลามาก ใช้ความละเอียดค่อนข้างสูง พี่ชัยพงษ์และผม จึงต้องพบกันบ่อยๆ ในช่วงสองสามเดือนที่เราจัดเตรียมต้นฉบับหนังสือเล่มนี้


คนที่รู้จักพี่ชัยพงษ์ดี คงจะรู้ว่าพี่ชัยพงษ์เป็นคนละเอียด การทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนละเอียดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พี่ชัยพงษ์ก็ยอมอะลุ้มอล่วยกับข้อจำกัดของธุรกิจและเทคโนโลยี จนทำให้เราผ่านงานนี้มาได้ด้วยความสบายใจกันทุกฝ่าย




เมื่อแล้วเสร็จ หนังสือ Mind’s Eye ได้รับคำชมและเสียงตอบรับที่ดีมากในวงการและในวงกว้าง
หนังสือเล่มนี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็นหนังสือที่สวยที่สุดที่สำนักพิมพ์ openbooks เคยตีพิมพ์มา
เป็นหนังสือที่เมื่อสำเร็จออกมาแล้ว ก็พูดได้อย่างเต็มปากว่า สร้างความภูมิใจให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง

และนี่เองที่ทำให้ผมได้สัมภาษณ์พี่ชัยพงษ์เพื่อตีพิมพ์ในนิตยสาร Image อีกครั้ง
เป็นสัมภาษณ์ใหญ่ความยาวสิบกว่าหน้า ลงทั้งภาพเหมือนพี่ชัยพงษ์ และภาพที่พี่ชัยพงษ์ได้เคยถ่ายเอาไว้
ไม่ง่ายนะครับ ที่คนธรรมดาไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังในวงสังคม จะได้พื้นที่สัมภาษณ์ใหญ่ในนิตยสารผู้หญิงกระแสหลักเช่นนี้ แต่พี่ชัยพงษ์ก็สามารถสร้างพื้นที่ให้ตัวเองได้ จากสิ่งที่ตัวเองรัก นั่นก็คือการถ่ายภาพ

งานแสดงภาพถ่ายของพี่ชัยพงษ์ผ่านไปได้ด้วยดี ญาติมิตรและลูกศิษย์มากันล้นหลาม จนต้องมีการฉายสไลด์ประกอบดนตรีกันถึงสองสามรอบกว่าทุกคนจะได้ชมกันครบ เราขายหนังสือไปได้เกือบร้อยเล่มในงานเดียว

นี่ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะครับ เพราะหนังสือเล่มนี้มีราคาสูงถึง 1,200 บาท ต่อให้ลดแล้วเหลือ 700 บาท แต่ถ้าไม่สนใจจริงหรือไม่รักกันจริง ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีคนยอมควักเงินเพื่อซื้อหนังสือภาพถ่ายหนึ่งเล่มในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้

แต่พี่ชัยพงษ์ก็ทำได้ เพราะคนที่มางานนี้ ถ้าไม่เคารพในฝีมือ ก็ล้วนแล้วแต่รักในตัวพี่ชัยพงษ์ทั้งสิ้น
ผมเองจัดอยู่ในทั้งสองประเภท คือ ทั้งเคารพและรัก

ในฐานะคนทำงาน ผมเคารพในความมุ่งมั่น หมั่นแสวงหาความรู้ และกล้าลองผิดลองถูก โดยไม่ยึดติดตำราหรือทฤษฎีด้านการถ่ายภาพ จนก่อให้เกิดเป็นแนวทางของตนเองที่ชัดเจน ทั้งๆ ที่ไม่เคยผ่านการศึกษาด้านจากสถาบันใดๆ มาก่อน นี่คือแบบอย่างของการทำงานที่ดี ซึ่งไม่ได้หยุดอยู่ที่งานถ่ายภาพเท่านั้น
หากแต่ยังหมายรวมถึงงานศิลปะทุกแขนง

ในฐานะมนุษย์ ซึ่งไม่ได้เกิดมามีฐานะการเงินพอที่จะเริ่มต้นอาชีพการงานได้อย่างสะดวกสบาย ผมจึงอดไม่ได้ที่จะรักในความเป็นคนสู้ชีวิต ความมีน้ำอดน้ำทน จนสามารถฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายในวัยเยาว์ และสร้างครอบครัวที่เข้มแข็ง มีทั้งภรรยาที่เป็นกัลยาณมิตร และมีลูกซึ่งเป็นอภิชาตบุตรทั้งสองคน ของพี่ชัยพงษ์

ในบั้นปลายชีวิตพี่ชัยพงษ์จึงสมบูรณ์ เพราะได้พบเจอ ได้กระทำ และได้ละวาง อย่างครบถ้วน
ซึ่งพี่ชัยพงษ์เองก็ตระหนักดีถึงความจริงข้อนี้ พี่ชัยพงษ์จึงมักเปรยให้คนใกล้ชิดฟังบ่อยๆ ว่า
“ตอนนี้ ผมไม่ต้องมีห่วงด้านเศรษฐกิจอีกต่อไปแล้ว”
แม้ในการพบกันครั้งสุดท้าย พี่ชัยพงษ์ก็ยังเอ่ยถึงความข้อนี้



ลึกๆ แล้วพี่ชัยพงษ์เป็นซ้ายนะครับ ซ้ายในความหมายง่ายๆ ว่า เห็นใจคนส่วนใหญ่และไม่ได้สรรเสริญความมั่งคั่ง กระทั่งไม่ได้อยากจะสะสมสมบัติไว้ให้ลุกหลานล้างผลาญไปสามชั่วคน สงครามของพี่ชัยพงษ์จึงไม่ใช่สงครามทางธุรกิจเหมือนคนทั่วไป หากแต่เป็นสงครามที่จะปลดปล่อยตัวเองออกจากพันธนาการของระบบทุนนิยม ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่ในบั้นปลาย พี่ชัยพงษ์สามารถทำได้ และประสบชัยชนะในสงครามที่คนส่วนใหญ่ของโลกต้องพ่ายแพ้อย่างไม่เป็นท่า

จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่พี่ชัยพงษ์จะบอกว่า
“ผมหมดห่วงแล้ว” เมื่อตอนพบกันครั้งหลังสุด

ผมเองก็เชื่อว่าพี่ชัยพงษ์หมดห่วงแล้วจริงๆ พี่ชัยพงษ์จึงต่อสู้กับโรคร้ายอย่างเข้มแข็ง และจากไปอย่างมีสติ ซึ่งก็ทำให้ผมเชื่อว่า พี่ชัยพงษ์น่าจะได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี หรือที่คนไทยเราเรียกว่า ได้ไปที่ชอบๆ

ที่ชอบๆ ของพี่ชัยพงษ์จะเป็นเช่นไรนั้น ผมเองหมดปัญญาจะคาดเดา ผมได้แต่คิดถึงภาพถ่ายเด็กน้อยสี่ห้าคนที่วิ่งเล่นใต้ต้นจำปา ซึ่งพี่ชัยพงษ์ถ่ายไว้ได้ที่จำปาศักดิ์




ภาพนี้เป็นภาพที่สวยงามทั้งด้านองค์ประกอบ และมีชีวิตชีวาตามอย่างภาพที่ดีควรจะมี เด็กทุกคนยิ้มแย้ม ไม่มีความทุกข์โศกในดวงหน้า สีที่พี่ชัยพงษ์ระบายลงในรูปอย่างบางเบา ก็ยิ่งช่วยทำให้ภาพนี้งดงามจับใจขึ้น

ผมมองภาพนี้แล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่า สวรรค์ของพี่ชัยพงษ์ ซึ่งเป็นช่างภาพชั้นเยี่ยม ก็คงอยู่ไม่ไกลจากจำปาต้นนั้น และถ้าท่านลองพิจารณาภาพนั้นให้ดี ลองมองเข้าไปภายในด้วยดวงใจของท่านแล้ว
ท่านก็อาจเห็นช่างภาพคนหนึ่งกำลังยืนนิ่งเล็งกล้องไปที่เด็กกลุ่มนั้นอย่างสงบ
นั่นล่ะครับ พี่ชัยพงษ์ที่ผมรู้จัก รัก และเคารพ

ด้วยความระลึกถึง
ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
16 กันยายน 2552

Monday, August 24, 2009

พาคุณ ’รงค์ เยือนภูเก็ต


พาคุณ ’รงค์ เยือนภูเก็ต

นิทรรศการภาพถ่าย "สะพานข้ามยุคสมัยของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์" จะเดินทางไปแสดงที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 3 กันยายน ถึง 18 ตุลาคม 2552 โดยจะจัดแสดงใน 3 สถานที่ ได้แก่
  • วันที่ 3-11 ก.ย. 52 - อาคารระวิจันทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต (เปิดงานวันที่ 3 กันยายน เวลา 15.00 น.)
กิจกรรม: วันที่ 3 ก.ย. 52 เวลา 13.00 - 15.00 น.
เปิดวงเสวนาในหัวข้อ "สะพานข้ามยุคสมัยของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์"
ณ ห้องประชุมศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ
ผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ ธวัชชัย พัฒนาภรณ์ และวันเสาร์ เชิงศรี กลุ่มวรรณกรรมภูเก็จ
  • 12-28 ก.ย. 52 - ร้านหนัง(สือ) ๒๕๒๑ ถ.ถลาง

กิจกรรม: วันที่ 12 ก.ย. 52 เวลา 19.00 น.
เสวนาในหัวข้อ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ในงาน Book Club ครั้งที่ 2

  • 4 -18 ตุลาคม - Adex Sign & gallery ถ.บายพาสส์
กิจกรรม: วันที่ 4 ต.ค. 52 เวลา 17.00 น.
ร่วมเสวนาภาษาช่างภาพ กับภาพถ่ายของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์
---------------------------------------------------------------------------
สำหรับใครที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นชาวภูเก็ตหรือผู้ที่มีโอกาสเดินทางไปภูเก็ตในช่วงนั้น อย่าลืมหาเวลาไปเยี่ยมชมกันนะคะ :-)

Monday, July 20, 2009

Narrative Tableaux: ภาพพรรณนา

The Colonel's Nightly Visit to Ponil Park

People Space เชิญทุกท่านร่วมสัมผัส "ภาพพรรณนา" (Narrative Tableaux) ผลงานภาพถ่ายโดย แดน โอเวอร์เทิร์ฟ (Dan Overturf) ศิลปินชาวอเมริกัน ที่บินไกลมาเพื่อร่วมเปิดงานและเปิดวงเสวนาว่าด้วยการถ่ายภาพสารคดีและเบื้องลึกเบื้องหลังการทำงานภาพถ่ายเล่าเรื่อง (Narrative Photography)

ภาพพรรณนา (Narrative Tableaux) เป็นโปรเจ็คต์ที่แดนริเริ่มขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1990 โดยใช้ฟิล์มขาว-ดำเป็นหลัก แม้ในช่วงเวลาต่อมา เขาจะยุ่งอยู่กับการทำงานงานเชิงสารคดีมากกว่า แต่แง่มุมของการเล่าเรื่องยังคงเป็นสิ่งที่แดนสนใจเสมอมา เส้นแบ่งบางๆ ระหว่างเรื่องราวที่มีอยู่แล้วเพื่อรอการค้นพบ (Found) ซึ่งเป็นหัวใจของงานภาพถ่ายสารคดี กับเรื่องราวที่ถูกเรียงร้อยขึ้นผ่านสายตาของศิลปิน (Fabricated) ซึ่งเป็นมุมมองของปัจเจก ดูเหมือนจะเป็นเส้นแบ่งที่ค่อนข้างเลือนราง แดนมองว่าเรื่องราวทั้งสองรูปแบบต่างเป็นรากฐานของศิลปะการถ่ายภาพรวมไปถึงชีวิต



Father's Day in Uncle Swilling's Workshop

ภาพพรรณนา (Narrative Tableaux) ประมวลขึ้นจากองค์ประกอบหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่แดนมีโอกาสได้อ่าน ได้เห็น หรือได้ฟังจากเกร็ดเรื่องเล่าต่างๆ ด้วยเหตุนี้ งานชุดนี้จึงชวนให้นึกถึงวิธีการเล่าเรื่องแบบที่พบเห็นอยู่ทั่วๆ ไป เพียงแต่แดนเลือกที่จะนำเรื่องราวต่างๆ มาตีความผ่านสื่อภาพถ่ายแทน

จุดเริ่มต้นของภาพชุดนี้มาจากหลายแหล่งหลากที่มา เช่นข้อเขียน Narrative of Remarkable Criminal Trials โดย Anslem Ritter von Feuerbach ไปจนถึงข้อสังเกตของเพื่อนบ้านซึ่งทำงานกะดึกในโรงพยาบาลท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีการอ้างอิงถึงความรู้ทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ท่าทางต่างๆ ที่พบในภาพวาดสมัยเรอเนซองส์เป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ ภาพในงานชุดนี้

จากจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจเหล่านั้น แดนเริ่มร่างภาพคร่าวๆ ซึ่งนำไปสู่แก่นเรื่อง (Theme) และผลงานภาพถ่ายที่สำเร็จออกมาเป็นรูปร่าง แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่ทั้งหมดล้วนผ่านการกลั่นกรองอย่างดีที่สุด ฉากหลังของภาพแต่ละภาพ บางครั้งใช้เวลาออกแบบและติดตั้งหลายเดือน และทั้งหมดถูกทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อภาพแต่ละภาพ เรื่องราวแต่ละเรื่องราว จากนั้นเรื่องราวจะถูกบันทึกด้วยกล้องถ่ายรูป โดยไม่มีการเพิ่มเติมเสริมแต่งใดๆ ในภายหลัง


Jodie Santana and the Carlyle Wax Droplets

แม้จะยุ่งยาก แต่แดนก็เลือกที่จะทำงานเช่นนี้ เพราะเขาพบว่าการเตรียมสภาพแวดล้อมอย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับงานแต่ละชิ้นนั้นให้ผลตอบแทนทางความรู้สึกที่คุ้มค่า ความสนุกและสุขใจอยู่ที่การได้ลงไปสัมผัสความซับซ้อนของกระบวนการก่อนผลิต (Pre-production) การออกแบบฉากและโครงสร้าง การออกแบบแสง การทำอุปกรณ์ประกอบฉาก และการกำกับผู้แสดง

และเมื่อทั้งหมดพร้อม ก็จะนำไปสู่ผลลัพธ์สุดท้ายอันสมบูรณ์ในที่สุด


Lonnie Swept the Playroom and Swallowed Up All that He Found

People Space เชิญชวนทุกท่านให้มาร่วมอ่านเรื่องราวจากภาพถ่ายผ่านสายตาของ แดน โอเวอร์เทิร์ฟ
แล้วคุณอาจจะพบว่า ข้างหลังภาพที่ผ่านตาไปมา มีเรื่องราวให้ค้นพบเสมอ


-----------------------------------------------------------------------

กิจกรรม:

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2552 เวลา 15.00 น.
- เสวนาการถ่ายภาพสารคดี (Documentary Photography) ผ่านงานชุด A River through Illinois
โดย แดน โอเวอร์เทิร์ฟ

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2552 เวลา 15.00 น.
- ถ่ายทอดเบื้องหลังการทำงานชุด “ภาพพรรณนา” (Narrative Tableaux) โดย แดน โอเวอร์เทิร์ฟ

-----------------------------------------------------------------------


ภาพพรรณนา : Narrative Tableaux

เปิดแสดงระหว่างวันที่ 9 สิงหาคมถึง 5 กันยายน 2552
วันเปิดนิทรรศการ : วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2552 เวลา 16.30 น.
สถานที่แสดง : People Space แพร่งภูธร
เวลาเปิด : เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ 11 โมงถึง 1 ทุ่ม
โทรศัพท์ : 082-785-5594
อีเมล : people.space@yahoo.com
http://www.people-space.blogspot.com/

Friday, July 10, 2009

In Memory of 'Rong Wongsawan

Wednesday, June 17, 2009

คนรุ่นเราในเงาเวลาของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์

Monday, May 25, 2009

Bridge: สะพานข้ามยุคสมัยของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์



ฝนฟ้ายังคงโปรยปรายมาตลอดวันอาทิตย์ของเดือนพฤษภาคม แต่มิตรรักนักอ่านก็ยังสู้อุตส่าห์ฝ่าสายฝนมาร่วมชมภาพถ่ายและฟังเสวนากับนิทรรศการ ในเงาเวลาของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ กันอย่างคึกคักจนหลายครั้งเหมือนเกิดม็อบย่อยๆ ที่ PS-แกลเลอรีเล็กๆ ย่านแพร่งภูธร บางวันเครื่องปรับอากาศแทบจะหมดสภาพ และขอลาออกจากการทำงาน ชั่วแต่ว่าทีมงานขอร้องไว้ให้อยู่ช่วยกันไปอีกสักระยะ มันจึงทุลักทุเลผลิตความเย็นแผ่วๆ พอให้ทุกคนได้เหงื่อตกกันถ้วนหน้าที่โถงชั้นล่าง ก่อนจะขึ้นไปรับอากาศที่เย็นชุ่มฉ่ำกว่าบนพื้นที่เสวนาชั้นสอง


ความคึกคักอันมักไม่ปรากฏเช่นนี้ ทำให้ PS, openbooks และพันธมิตรตัดสินใจขยายระยะเวลาแสดงงานภาพถ่ายของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ออกไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายน นอกจากภาพถ่าย ’รงค์ วงษ์สวรรค์และบรรยากาศสวนทูนอินฝีมือธวัชชัย พัฒนาภรณ์ แล้ว ตลอดทั้งเดือนท่านยังจะได้พบภาพถ่ายชุด Bridge-สะพานเชื่อมยุคสมัย ของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ อันมีหลายภาพที่ไม่เคยจัดแสดงมาก่อน







นอกจากนี้ยังมีรายการเสวนาที่น่าสนใจตลอดทั้งเดือน เพื่อเชื่อมต่อความคิดจากยุคปี 2502 สู่ยุคปี 2552


เริ่มจากวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2552 เวลา 18.00 น.
ทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสาร a day จะมานั่งลงสนทนากับบอ.บู๋ จากสตาร์ซ็อคเกอร์
ในหัวข้อ “คนรุ่นเราในเงาเวลาของ ’รงค์ วงษ์สววรค์”

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2552 เวลา 18.00 น. เช่นเดิม
นักเขียนขายดี “นิ้วกลม” จะมานั่งตั้งคำถามสฤณี อาชวานันทกุล และปกป้อง จันวิทย์
ในงานเปิดตัวหนังสือวิชาสุดท้ายเล่ม 2 ด้วยการเสวนาในหัวข้อ
“การอ่าน การเขียน และการเรียนรู้ชีวิตจากหนังสือ”

อาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน เลื่อนเวลาเร็วขึ้นเป็น 17.00 น.
นักวิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดัง “นรา” เตรียมนั่งลงคุยกับช่างภาพชื่อดังมานิต ศรีวานิชภูมิ
ในหัวข้อ “อ่าน’รงค์ วงษ์สวรรค์จากภาพถ่าย”
(รายการนี้จัดขึ้นเป็นพิเศษสำหรับช่างภาพ)

ก่อนจะต่อเนื่องด้วยรายการที่หลายคนรอคอยในเวลา 19.00 น.
กับการเปิดตัวหนังสือ Postmodern Man

ด้วยการเสวนาในหัวข้อ “มนุษย์ ยุคสมัย และความหมาย-จากอารยธรรมโบราณสู่โพสต์โมเดิร์น”
โดยไชยันต์ ไชยพร และธเนศ วงศ์ยานนาวา
ร่วมจัดโดยสำนักพิมพ์สมมติ ที่พร้อมขนหนังสือสองเล่มใหม่ของธเนศมาลดราคาเป็นพิเศษให้กับผู้ฟัง เช่นเดียวกับหนังสือทุกเล่มของไชยันต์จาก openbooks

ปิดท้ายรายการวันที่ 28 มิถุนายน 2552 เวลา 14.00 น.
รำลึก 100 วันแห่งการจากไปของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ด้วยปาฐกถาธรรม
โดยพระไพศาล วิสาโล ในหัวข้อ “ความตายและความหมายของชีวิต”







ในงานนอกจากหนังสือใหม่ทุกเล่มของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ในราคาลดพิเศษแล้ว ท่านยังสามารถช่วยซื้อภาพถ่ายขาว-ดำของทั้ง ’รงค์ วงษ์สวรรค์และธวัชชัย พัฒนาภรณ์ ในราคาพิเศษเพื่อสมทบทุนในการนำนิทรรศการชุดนี้ออกแสดงตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ มิตรรักนักสะสมภาพสามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ เพราะภาพทั้งหมดล้างอัดด้วยมือบนกระดาษอย่างดีใส่กรอบไม้สวยงามให้ท่านสะสมเป็นของที่ระลึก ซึ่งจะเพิ่มค่าเมื่อเวลาผ่านไป




รายละเอียดเพิ่มเติม

โทร. 080 5501295 หรือ 081 9859691

Email: people-space@yahoo.com หรือ ps.peoplespace@yahoo.com


Thursday, May 21, 2009

Monday, May 11, 2009

คิดถึง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ คิดถึงสวรรค์แห่งชีวิต

Tuesday, May 05, 2009

จากบินหลาถึงพญาอินทรีย์+แสงสุดท้ายที่สวนทูนอิน

Saturday, May 02, 2009

In the Shadow of Time of Rong Wongsawan

Saturday, April 25, 2009

พฤษภาอาลัย ’รงค์ วงษ์สวรรค์



ถึงวันนี้คุณ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ จากพวกเราไปได้ร่วมเดือนแล้ว จากไปก่อนที่ความวุ่นวายชนิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินจะปะทุขึ้นในกรุงเทพมหานคร จากทำเนียบรัฐบาลลุกลามไปทั่วเมือง โดยเฉพาะเขตรัตนโกสินทร์ชั้นใน จนทำให้เราเกรงว่า งานแสดงภาพที่เราตั้งใจจะจัดให้คุณ ’รงค์ นั้นจะยังคงดำเนินต่อไปได้หรือไม่ เนื่องจากสถานที่ที่ใช้จัดแสดงย่านแพร่งภูธร ล้วนถูกห้อมล้อมด้วยความรุนแรง





ครั้นเมื่อความสงบกลับคืนมา แม้จะเป็นการชั่วคราว เราจึงขอส่งข่าวมายังญาติมิตรทุกท่านว่า
ตลอดเดือนพฤษภาคม 2552 นี้ PS แกลเลอรี โดยความร่วมมือของมิตรสหายทั้งหลาย ได้จัดการเปลี่ยนตึกแถวเก่าย่านแพร่งภูธรอายุเลยร้อยปี ให้เป็นสถานที่จัดแสดงภาพถ่ายฝีมือของคุณ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ โดยใช้ชื่อว่า ในเงาเวลาของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์




นอกจากภาพบุคคลสำคัญเช่น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช แล้ว ยังมีภาพถ่ายประเทศไทยในอดีตที่หาชมได้ยากอีกหลายภาพ ซึ่งแม้จะผ่านกาลเวลามายาวนาน แต่ยังคงคุณค่าและความงดงามจวบจนปัจจุบัน







นอกจากนี้ในงานเดียวกัน ยังมีภาพถ่ายขาว-ดำ ของคุณ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ โดยฝีมือของ ธวัชชัย พัฒนาภรณ์ ช่างภาพที่เคยฝากฝีมือไว้ในหนังสือ ที่เกิดเหตุ ร่วมสร้างความสมบูรณ์ของงานแสดงด้วย





ทั้งหมดนี้เป็นภาพขาว-ดำ ถ่ายด้วยฟิล์ม พิมพ์ด้วยมือ มีขนาดใหญ่พิเศษ ให้รายละเอียดตามเทคนิคดั้งเดิมอย่างครบครัน

เปิดการแสดงวันแรก ศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2552 เวลา 18.00 น.

ในงานทุกท่านจะได้พบกับ นักคิด นักเขียน นักวิจารณ์ และบรรณาธิการ ผู้จะมาร่วมกันกล่าวรำลึกถึง ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ด้วยมาลัยอักษรสั้นๆ ในหัวข้อ รำพึงรำพันถึงลำพู




------------------------------------------------------------------------

กิจกรรมอื่นๆ

  • อาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2552 เวลา 18.00 น.
    -- พบนักเขียนรางวัลซีไรต์ บินหลา สันกาลาคีรี ในหัวข้อ จากบินหลาถึงพญาอินทรีย์
    -- พบธวัชชัย พัฒนาภรณ์ ในหัวข้อ แสงสุดท้ายที่สวนทูนอิน

  • วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2552 เวลา 18.00 น.
    -- พบอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ในหัวข้อ คิดถึง’รงค์ วงษ์สวรรค์ คิดถึงสวรรค์แห่งชีวิต

  • อาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2552 เวลา 18.00 น.
    -- พบ(อดีต)คณะบรรณาธิการ open ครบคน ปราบดา หยุ่น วรพจน์ พันธุ์พงศ์ และภิญโญ ไตรสุริยธรรมากับการเปิดตัวหนังสือ เสียงพูดสุดท้าย (รวมบทสัมภาษณ์ของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์) โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์(สำนักหนังสือไต้ฝุ่น) และ ยี่หวาไชน่า ทาวน์ เรื่องยาวที่ไม่เคยตีพิมพ์รวมเล่มมาก่อนของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์(openbooks)

  • อาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2552 เวลา 18.00 น.
    -- พบโตมร ศุขปรีชาและชาวคณะ GMbooks กับการเปิดตัวหนังสือ แฝงพวงองุ่น โดย ’รงค์ วงษ์สวรรค์

------------------------------------------------------------------------


ในเงาเวลาของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์

เปิดแสดงระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 7 มิถุนายน 2552

วันเปิดนิทรรศการ: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

สถานที่: People Space แพร่งภูธร

(เปิดเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ 11.00-19.00 น.)

ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 081 5491002

Email: people.space@yahoo.com

------------------------------------------------------------------------

Thursday, February 19, 2009

จาก ฅ. คนข้างฝา ถึงใบหญ้าข้างทาง



ผมเพียงต้องการร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ในช่วงเวลาทำงานถ่ายภาพที่ผ่านมา
ผ่านภาพถ่ายผู้คนที่ผมคิดว่าอยากนำมาแขวนไว้ที่ผนังบ้าน
และชี้ชวนให้ใครต่อใครได้ชมด้วยกัน
ผมเชื่อว่าผู้คนเหล่านี้ได้มอบแรงศรัทธาบางอย่างให้แก่เรา
นอกจากภาพคนแล้ว ยังมีภาพทิวทัศน์ต้นไม้ใบหญ้าข้างทาง
ที่ผมมักจะถ่ายติดกล้องมาเสมอ
ทำให้ตระหนักได้ว่าการเดินทางไม่ว่าใกล้หรือไกล
ย่อมมีความงดงามให้เราพักผ่อนคลายได้เสมอ
เพียงเราหยุดพักและหันมองมัน

ธาตรี แสงมีอานุภาพ
ธาตรี แสงมีอานุภาพ จบคณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาการสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เริ่มต้นการทำงานด้วยการเป็นช่างภาพอิสระที่เชียงใหม่ เขาเข้ามาทำงานที่นิตยสาร OPEN ในช่วงปลายปี 2547 หลังจากนั้นได้ทำงานกับนิตยสารหลายฉบับ เช่น a day weekly ต้าเจียห่าว และนิตยสาร ฅ คน รวมระยะเวลาทำงานได้ประมาณ 4 ปี



ในช่วงเวลาเหล่านั้น ธาตรีได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง ปรากฏออกมาผ่านภาพถ่ายจำนวนมาก ทั้งที่ได้รับการตีพิมพ์ตามหน้านิตยสาร และที่เขาเก็บไว้ชมส่วนตัว






งานส่วนใหญ่ของเขาเป็นภาพพอร์เทรตบุคคล ซึ่งพยายามจับตัวตนบุคลิกของแบบออกมาอย่างซื่อสัตย์
หากแต่ในห้วงเวลาอันผ่อนคลาย กล้องตัวเดียวกันนี้ก็จับตัวตนและบุคลิกของธรรมชาติรอบกายอย่างจริงใจ



มากไปกว่ากระดาษอัดภาพและกรอบรูป จาก ฅ.คนข้างฝา ถึงใบหญ้าข้างทาง คือการนำเสนอสิ่งที่ธาตรีมองเห็นและรู้สึก จากใจลึกๆ ที่พ้นไปจากกระดาษหรือกรอบใดๆ

------------------------------------------------------------------------

จาก ฅ.คนข้างฝา ถึงใบหญ้าข้างทาง
งานแสดงภาพถ่ายโดย ธาตรี แสงมีอานุภาพ

แสดงระหว่างวันที่ 1 มีนาคม - 5 เมษายน 2552
สถานที่: People Space แพร่งภูธร


------------------------------------------------------------------------

เปิดนิทรรศการ วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2552
ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป

พบกับการเสวนา 2 หัวข้อที่ช่างภาพและผู้ที่สนใจไม่ควรพลาด

- สิ่งที่บรรณาธิการมุ่งหวังจากช่างภาพ
พบกับ 3 บรรณาธิการ : เวียง-วชิระ บัวสนธ์ จากสามัญชน อธิคม คุณาวุฒิ จากนิตยสาร way และกฤษกร วงค์กรวุฒิ จากนิตยสาร ฅ.คน

- มุมมองช่างภาพรุ่นใหม่
พบกับ 3 ช่างภาพ :อนุชิต นิ่มตลุง จากนิตยสาร mars ปิยะ พิสุทธอานนท์ จากนิตยสารแพรว สุดสัปดาห์ และคเชนทร์ วงศ์แหลมทอง จากนิตยสาร a day

ดำเนินวงเสวนาโดย ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา จาก openbooks

พร้อมชมการแสดงดนตรีจาก พจนาถ พจนาพิทักษ์

ไม่ต้องสำรองที่นั่งหรือเสียค่าใช้จ่ายใดๆ :-)

รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-5491002
http://people-space.blogspot.com

Tuesday, February 17, 2009

งานรำลึกนักเขียนแห่งหุบเขาฝนโปรยไพร กนกพงศ์ สงสมพันธุ์



ขอบคุณทุกๆ ท่านที่มาร่วมรำลึกถึงพี่กนกพงศ์ด้วยกันนะคะ :-)

Thursday, February 05, 2009

งานรำลึกนักเขียนแห่งหุบเขาฝนโปรยไพร: กนกพงศ์ สงสมพันธุ์




เชิญร่วมงานรำลึก นักเขียนแห่งหุบเขาฝนโปรยไพร กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
  • เปิดเสวนา "อุดมคติแบบกนกพงศ์" - ขจรฤทธิ์ รักษา ชีวี ชีวา

  • ไพวรินทร์ ขาวงาม

  • อ่านบทกวี - ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ ไม้หนึ่ง ก. กุนที

  • บรรเลงดนตรี - มาโนช พุฒตาล
  • ภาพยนตร์สั้น - นฆ ปักษนาวิน
  • ทรรศนะ-วิจารณ์ - อนุสรณ์ ติปยานนท์

ณ PS แกลเลอรี่ [People Space]

13 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 19.00 น.



รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081 5491002
Email: people.space@yahoo.com
http://www.people-space.blogspot.com/

Sunday, January 04, 2009

Happy New Year 2009


สวัสดีปีใหม่ค่ะ


People Space ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุขและมีสุขภาพที่แข็งแรงในปีที่มาถึงนี้

ขอบคุณสำหรับกำลังใจและการมาเยี่ยมเยือนพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้

หวังว่าจะได้พบกันใหม่นะคะ


ติดตามความเคลื่อนไหวของนิทรรศการและกิจกรรมในปี 2009 ได้เร็วๆ นี้ค่ะ



Friday, October 17, 2008


Friday, September 19, 2008

ไทยแลนด์แดนสวรรค์ : Paradise Thailand



ไทยแลนด์แดนสวรรค์

นิทรรศการกวีนิพนธ์และงานจิตรกรรม
โดย สฤณี อาชวานันทกุล และ อังกฤษ อัจฉริยโสภณ

จัดแสดงที่ People Space
ระหว่างวันที่ 27 กันยายน ถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2551

Opening Party: วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2551 ตั้งแต่ 1 ทุ่มเป็นต้นไป

เปิดตัวหนังสือบทกวี "ไทยแลนด์แดนสวรรค์" โดย สฤณี อาชวานันทกุล
ภาพวาดโดย อังกฤษ อัจฉริยโสภณ


-------------------------------------------------------------------------------------



"ไทยแลนด์แดนสวรรค์" คือการโคจรมาพบกันครั้งแรกของนักวิชาการอิสระและศิลปินบ้าพลังอย่าง สฤณี อาชวานันทกุล และ อังกฤษ อัจฉริยโสภณ

คนหนึ่งเขียนบทกวีวิพากษ์สังคมอย่างครื้นเครง ในขณะที่อีกคน -- เมื่อได้อ่านบทกวีนั้นแล้ว – จินตนาการบรรเจิดเกินที่จะหยุดยั้ง ปล่อยพลังออกมาเป็นภาพวาดสุดมันส์กว่า 50 ภาพ

นิทรรศการ "ไทยแลนด์แดนสวรรค์" นำเสนอพลังสร้างสรรค์ของคนทั้งสอง ลองมาอ่านบทกวีเคล้าสีสันของภาพวาด แล้วดูว่าประเทศชาติของเราเป็นอย่างที่ว่าจริงหรือเปล่า

------------------------------------------------------------------------------






ไทยแลนด์แดนสวรรค์

'นักวิชาเกิน'
นอนหงายก่ายหน้าผาก
พอคิดมากเรื่องเมืองไทยก็ได้ที่
ระเบิดความอัดอั้นตันฤดี
"สฤณี" ฉายภาพเป็นกาพย์กลอน

เมื่อ
"อังกฤษ" อ่านกลอนถึงตอนจบ
เหมือนพานพบขุมพลังแต่ครั้งก่อน
จับพู่กันขยันวาดไม่ขาดตอน
มุ่งสะท้อนวาจาบนผ้าใบ

"ไทยแลนด์แดนสวรรค์" นั้นชั้นไหนหรือ
ที่ร่ำลือว่า "ไทยแท้" นั้นแค่ไหน
หรือเพียงฝันเพ้อพร่ำอยู่ร่ำไป
ขอเชื้อเชิญคนไทยให้คิดตาม


เมื่อนักวิชาการผู้ชอบกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลี (จากบอสตัน) มาพบกับศิลปินอารมณ์ดีผู้ขายเกาเหลา (จากเจียงฮาย) ความเมามันส์อันแสนบรรเจิดจึงเกิดขึ้น กลายเป็นหนังสือกลอนประกอบภาพ ที่เปิดตัวสำนักพิมพ์สุดบ้าพลัง "ชายขอบ" ได้อย่างสุดระทึก
เพราะในขณะที่แผงหนังสือในตอนนี้เต็มไปด้วยหนังสือธรรมะและสารพัด self improvement สารพัน hide away เพื่อรับมือกับความเครียดและความไม่มั่นคงในจิตใจของชาวเมือง สำนักพิมพ์หน้าใหม่แต่ใจเกินร้อยกล้าที่จะออกหนังสือกลอนวิพากษ์สังคมเมืองอย่างสุดกึ๋น (แต่ไม่เครียด) พร้อมภาพประกอบสี่สี่สุดติสท์ ในกระดาษอาร์ตมันทั้งเล่ม

งานนี้เจ้าของสำนักพิมพ์ถึงกับออกปากว่า งานนี้ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊งเลยทีเดียว


รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081 5491002
Email: people.space@yahoo.com
http://www.people-space.blogspot.com/

People Space
116 ถนนแพร่งภูธร แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10210

Monday, August 25, 2008

Opening Party: Death by Conscience

Monday, August 18, 2008

Death by Conscience

People Space อยากชวนทุกคนมาร่วมสำรวจจิตใจ

และความคิดของตัวเองในนิทรรศการใหม่ล่าสุดของเรา



Death by Conscience
ตุ๊กตาเหล่านี้ไม่ใช่ตัวแทนของมนุษย์
พวกมันถูกสร้างขึ้นเพื่อปะติดปะต่อก่อรูปร่าง
สิ่งต่างๆ ที่ต้องตายไปเพราะจิตสำนึกและมโนธรรมของเรา
พวกมันเป็นตัวแทนของความนึกคิด
และกิเลสในเบื้องลึกของจิตใจมนุษย์
อาจเป็นความคิดทั่วๆไป หรือความคิดที่ไม่เข้าท่า
ความคิดที่เป็นภัยต่อตัวมนุษย์เองหรือต่อสังคมในความคิดของมนุษย์
ก่อนที่จะได้มีโอกาสหายใจ พวกมันกลับถูกตัดสินประหารชีวิต
ฆ่าด้วยความคิดพวกเราเอง ด้วยสำนึกผิดชอบชั่วดี
ตายก่อนที่พวกมันจะได้ถือกำเนิด



จ๊ะเอ๋ - ชนานันต์ โชติรุ่งโรจน์ จะพาเราไปยังโลกแห่งความคิดที่ถูกปิดตาย ผ่านตุ๊กตาเซรามิกกว่า 100 ชิ้น พร้อมด้วยเรื่องราวผ่านวิดีโออาร์ตจากเพื่อนศิลปินชาวสิงคโปร์ - เคิร์สเต็น ทัน ดนตรีประกอบโดยซาวน์อาร์ติสชาวเยอรมัน - มาคุส ด้วยหวังว่าเราจะเข้าใจกระบวนการคิดและวิถีที่เราเลือกในการดำเนินชีวิต หรืออย่างน้อยที่สุด ให้ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเราเองสักนิด ก็น่าจะเพียงพอแล้ว



  • ชนานันต์ โชติรุ่งโรจน์ จบการศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังจากนั้นร่วมทำงานกับนิตยสารโอเพ่นในฐานะช่างภาพอยู่หลายปี ก่อนที่จะเดินทางไปยังประเทศเกาหลีในปี 2005 เพื่อเข้าร่วมโครงการ Asian Artist Fellowship Program หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในเกาหลีได้ 1 ปีเต็ม ปัจจุบัน ชนานัน์กลับมายังกรุงเทพฯ และยังคงทำงานถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง
  • Death by Conscience คืองานส่งท้ายก่อนที่เธอจะเดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศสหรัฐอเมริกา


--------------------------------------------------------------------


Death by Conscience


จัดแสดงระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม ถึง 20 กันยายน 2551
สถานที่ People Space
เปิดเฉพาะเสาร์และอาทิตย์ 11.00-19.00 น.


Opening Party: วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม ตั้งแต่ 2 ทุ่มเป็นต้นไป


ร่วมพูดคุยกับศิลปินและรับฟังการแสดงดนตรีสดจากคู่ Jazz Duo -- โอ Monotone และโป้ Monotone



ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 081 5491002
Email: people.space@yahoo.com






Saturday, August 09, 2008

งานปิดนิทรรศการ 'จากป่าลึกสู่ปารีส'

People Space และ openbooks
ร่วมปิดนิทรรศการ 'จากป่าลึกสู่ปารีส'

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 1 ทุ่มเป็นต้นไป
สถานที่ People Space แพร่งภูธร

เชิญชมการแสดงดนตรีและสนทนาปิดนิทรรศการ

19.00 น. ชมสไลด์ชุด 'จากป่าลึกสู่ปารีส'
19.20 น. สนทนาในหัวข้อ '6 ปี ในปารีสให้อะไรกับข้าพเจ้าบ้าง' โดย ศุภชัย เกศการุณกุล และ วรพจน์ พันธุ์พงศ์
20.00 น. การแสดงดนตรีสดจาก โจ้ – ยุทธนา อัจฉริยะวิญญู ช่างภาพนิตยสาร National Geographic
20.30 น. ปัจฉิมกถา ‘คนใจสัตว์’ โดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ

ปิดท้ายด้วยการแนะนำศิลปินในนิทรรศการครั้งต่อไป - ชนานันต์ โชติรุ่งโรจน์

รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081 549 1002 :-)

Friday, August 01, 2008

openbooks ชวนนักอ่านดูหนังที่ People Space

Outsider & Queer in Cinema

หลังจากผลิตหนังสือหนังลงแผงไปหลายเล่มแล้ว เราจึงอยากชวนนักอ่านมาดูหนังร่วมกันบ้าง โปรแกรมแรกที่เราจัดขึ้นคือ Outsider & Queer in Cinema

โดยการเลือกเอาภาพยนตร์จากข้อเขียนในหนังสือสองเล่มของสำนักพิมพ์มาจัดฉายให้ดูกัน เล่มแรก Outsider in Cinema ซึ่งลงแผงไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อเดือนที่ผ่านมา

Outsider in Cinema เป็นผลงานรวมเล่มของ อุทิศ เหมะมูล ที่เขียนถึงภาพยนตร์ของผู้กำกับชั้นนำ หลากหลายสัญชาติ โดยประเด็นหลักของหนังสือนั้นพูดถึง ‘คนนอกในหนัง’ บุคลิกภาพอันหลากหลายของตัวละคร ความแปลกแยกแปลกเปลี่ยว ฯลฯ

ส่วนเล่มที่สอง Queer cinema for all: 30 หนังเกย์และเลสเบี้ยนที่ชายจริงหญิงแท้ควรได้ดู ซึ่งจะวางขายวันแรกในงานนี้

Queer cinema for all นั้น เป็นผลงาน เล่มที่ 2 ของ ‘กัลปพฤกษ์’ หลังจากออก Asia 4 ไปก่อนหน้านั้นแล้วกับทางสำนักพิมพ์

Queer cinema for all หยิบเอาหนังเกย์และเลสเบี้ยน 30 เรื่องมาพูดถึง โดยตั้งประเด็นขึ้น 15 เรื่องและจับคู่หนังสองเรื่องในหนึ่งประเด็น ซึ่งหนังส่วนใหญ่ที่หยิบมาพูดนั้นล้วนลับแลหาดูยากเกือบทั้งหมด

แต่ก่อนเบิกม่านฉายหนัง ขอเชิญฟังเสวนา จากสามนักดูหนังที่โคจรและวนเวียนสวนทางกันไปมาในโลกหนังสือใบเล็กๆ และโลกสิ่งพิมพ์ออนไลน์ชื่อ openbooks และ open online

สองคนเป็นเจ้าของผลงานรวมเล่มที่กล่าวข้างต้น อุทิศ เหมะมูล และ กัลปพฤกษ์ ส่วนอีกหนึ่งคน คือ Filmsick คนเดียวกับ วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศาเจ้าของคอลัมน์ ‘ดูหนังอย่างคนป่วย’ ใน open online

ฟังสามคนถกประเด็นพูดถึงภาวะความเป็นคนนอกในหนัง และความเป็นเพศอื่นในภาพยนตร์

Outsider & Queer in Cinema จัดระหว่างวันที่ 2-3 สิงหาคม 2551 ที่ People Space

งานเริ่ม วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม ตั้งแต่ 19.00 น. เป็นต้นไป

-ร่วมวงพูดคุยและฟังเสวนา จาก 3 นักดูหนัง อุทิศ เหมะมูล, ‘กัลปพฤกษ์’ และ Filmsick

-ดูหนังสามเรื่องสามรส Pink Narcissus, The Spirit of Beehive และ But I’m a Cheerleader


โปรแกรมหนัง

วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2551

เพื่อเป็นการเปิดประเดิมนักอ่านสู่การทำความรู้จักกับกลุ่มคนรักร่วมเพศ
จึงเริ่มกันด้วย หนัง Queer อมตะอย่าง Pink Narcissus
ซึ่งจะนำพาเราไปทำความรู้จักกับอารมณ์ความรู้สึกภายในของกลุ่มคนรักร่วมเพศได้อย่างจริงแท้ยิ่งกว่า
ด้วยการถ่ายทอดภาพฝันและจินตนาการ

และตามด้วย The Spirit of Beehive
ภาพยนตร์จากประเทศสเปน ภาพยนตร์เรื่องนี้ยกเอาหนังแฟรงเกนสไตน์ของเจมส์ เวลล์
เป็นตัวเปิดประเด็น ในหนังเราจะได้เห็นแฟรงเกนสไตน์ในสายตาไร้เดียงสาของเด็ก

ปิดท้ายด้วย But I’m a Cheerleader
ซึ่งมีมุกตลกที่สะท้อนถึงสถานะอันต่ำต้อยน่าละอายของการเป็นชายหญิงรักร่วมเพศในสังคมรอบตัวเราได้อย่างเจ็บแสบยิ่งนัก

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2551

เปิดโปรแกรมของวันด้วย Taxi zum Klo
หนังอัตชีวประวัติสุดจริงใจที่จะพาเราไปสัมผัสกับชีวิตชายเกย์ช่วงก่อนการระบาดของโรคเอดส์กันอย่างเปิดเผย!

(*คำเตือน!
ภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาพและเนื้อหาบางส่วนที่ไม่เหมาะสำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี)

ตามด้วย Southern Comfort
หนังสารคดีที่ถ่ายทอดให้เห็นช่วงชีวิตก่อนความตายของ Robert Eads
คาวบอยหนุ่มใหญ่ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับโรคมะเร็งในรังไข่ สถานภาพบุคคลข้ามเพศของ
Robert ทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอย่างรอวันตาย
และได้ใช้ช่วงเวลาที่เหลือพบปะบุคคลที่เขารัก
โดยมีจุดมุ่งหมายสูงสุดประการหนึ่งนั่นก็คือการเข้าร่วมประชุมกลุ่มคนข้ามเพศประจำปี
Southern Comfort เป็นโอกาสสุดท้าย

* * * * * * * **

ที่นั่งสำหรับดูหนังมีจำนวนจำกัด (ประมาณ 30 ที่
เบียดกันแบบอบอุ่น) ใครมาก่อนได้ก่อน ไม่มีการลงทะเบียนใดๆ ทั้งสิ้น



เรื่องย่อของหนัง

Pink Narcissus ความยาว 70 นาที

เรื่องย่อ:Bobbyโสเภณีชายหน้าสวยหุ่นสะโอดสะองอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์ที่ตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตรประดิดประดอย ในช่วงที่เขาไม่ได้รับแขก Bobby ก็จะใช้เวลาว่างนอนเอกเขนกพร้อมจินตนาการฝันถึงอาณาจักรแห่งความอีโรติกแบบชายรักชาย

นี่คือหนังที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นอมตะนิรันดร์กาลของวงการหนังเกย

์Pink Narcissus นับเป็นหนังใต้ดินจากยุค 70’s ที่ทำออกมาได้ ‘เกย์’ เสียทุกๆ องค์ประกอบ

The Spirit of Beehive ความยาว 98 นาที

เรื่องย่อ:เล่าถึงอิซาเบลและอันนา เด็กน้อยสองพี่น้องที่ได้ดูแฟรงเกนสไตน์ฉบับ เจมส์เวลล์ แล้วเกิดความเชื่อว่าแฟรงเกนสไตน์ นั้นมีชีวิตอยู่จริง หนังเรื่องนี้เราจะได้เห็นสายตาไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ของเด็กๆ แต่ THE SPIRIT OF THE BEEHIVE ไม่ได้เป็นแค่หนังที่พูดถึงแต่เรื่องของเด็กนัยยะของหนังก้าวไกลถึงการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองในสเปนยุคหลังจากสงครามกลางเมือง ซึ่งขณะนั้นตกอยู่ภายใต้การปกครองของนายพล ฟรานเชสโก้ ฟรังโก้ เขาไม่ลังเลใจที่จะกำจัดทำลายสิ่งที่ถูกตัดสิน และมองว่ามันเป็นสิ่งแปลกปลอมเป็นภัยต่อความมั่นคงเช่นเดียวกับสายตาของมนุษย์ที่ตัดสินแฟรงเก้นสไตน์จากรูปลักษณ์ภายนอก จะมีก็แต่เด็กน้อยเท่านั้นที่เข้าใจสัตว์ประหลาดที่ไม่ประสาโลกตนนี้จะมีก็แต่เด็กน้อยเท่านั้นที่อยู่ร่วมกับสัตว์ประหลาดได้อย่างฉันท์มิตร สำหรับเด็กน้อยแฟรงเก้นสไตน์ไม่ใช่สัตว์ ประหลาด แฟรงเก้นสไตน์คือเพื่อน เพื่อนที่เธอเรียกหาเขาจากความมืดที่ว่างเปล่า

But I’m a Cheerleader ความยาว 85 นาที

เรื่องย่อ: Megan สาววัยรุ่นอายุ 17 ปีมีตำแหน่งเป็นทั้งเชียร์ลีดเดอร์ประจำโรงเรียนและแฟนสาวของนักกีฬารักบี้หนุ่มสุดหล่อ แต่จากข้อมูลหลักฐานและพยานบุคคลหลาย ๆ ฝ่ายทำให้พ่อแม่ของเธออดสงสัยไม่ได้ว่าแท้จริงแล้ว Megan อาจจะเป็นเลสเบี้ยนโดยไม่รู้ตัว ทั้งคู่จึงต้องเรียกใช้บริการจากสถานบำบัดรักร่วมเพศเพื่อนำ Megan เข้ารักษาให้เธอหันกลับมาเป็นสตรีที่มีรสนิยมทางเพศเป็นปกติ!

Taxi zum Klo ความยาว 98 นาที

เรื่องย่อ : Peggy ชายหนุ่มหนวดเครางามที่ใช้ชีวิตสองโลกได้อย่างสุดโต่ง เขาเป็นครูโรงเรียนประถมแสนดีที่มีวิธีการสอนดึงดูดใจนักเรียนในเวลากลางวัน แต่กลับกลายเป็นเกย์หนุ่มจอมตัณหาบ้าผู้ชายจนต้องหาคนร่วมระบายความกำหนัดใคร่ในเวลากลางคืน! วันหนึ่งเมื่อเขาพบรักกับ Bernd พนักงานขายตั๋วในโรงหนัง Peggy จึงต้องตัดสินใจว่าเขาจะคบหากับ Bernd ในฐานะคู่ขารู้ใจ หรือยังอยากจะระเริงไปในโลกของกามารมณ์!

Southern Comfort ความยาว 90 นาที

เหตุการณ์โดยคร่าว : Robert Eads คาวบอยหนุ่มใหญ่กำลังเผชิญหน้ากับโรคมะเร็งในรังไข่ อวัยวะที่ใช้แสดงเพศกำเนิดของเขา สถานภาพบุคคลข้ามเพศของ Robert ทำให้เขาถูกปฏิเสธการรักษาจากโรงพยาบาลท้องถิ่นหลาย ๆ แห่ง ด้วยความกลัวเกรงข้อครหาจากคนไข้รายอื่น ๆ Robert จึงต้องใช้ชีวิตอย่างรอวันตาย และได้ใช้ช่วงเวลาที่เหลือพบปะบุคคลที่เขารัก โดยมีจุดมุ่งหมายสูงสุดประการหนึ่งนั่นก็คือการเข้าร่วมประชุมกลุ่มคนข้ามเพศประจำปี Southern Comfort เป็นโอกาสสุดท้าย

Wednesday, July 16, 2008

Opening Party "จากป่าลึกสู่ปารีส"

Tuesday, July 15, 2008

เวิร์กช็อป "จากป่าลึก" โดย ม.ล. ปริญญากร วรวรรณ

เวิร์กช็อป "จากป่าลึก" โดย ม.ล. ปริญญากร วรวรรณ

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม (13.00-15.00)


ม.ล. ปริญญากร วรวรรณ จะมาแนะนำและตอบข้อสงสัยในการถ่ายภาพสัตว์ป่า ใครที่คิดว่าการถ่ายภาพคือแค่การกดชัตเตอร์ ลองมาฟังพี่เชนเล่าถึงเบื้องลึกเบื้องหลังว่ากว่าจะได้ภาพมาสักภาพต้องผ่านอะไรมาบ้าง



หัวใจของภาพอยู่ที่ไหน หัวใจของป่าอยู่ที่ใด มาฟังคำตอบจากใจของชายชื่อเชน ผู้ใช้ชีวิต 20 ปีในป่าลึก

ลงทะเบียนร่วมเวิร์กช็อป (ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ) ที่กล่องคอมเม้นท์ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

Tuesday, July 08, 2008

จากป่าลึกสู่ปารีส



จากป่าลึกสู่ปารีส
การโคจรมาพบกันของ 2 ช่างภาพ

People Space คือแกลเลอรี่เปิดใหม่ ใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ เพิ่งมีงานแสดงศิลปะผ่านไป 2 ครั้ง โดย 2 ศิลปินคือ ตั้ม - วิศุทธิ์ พรนิมิตร และ ชัยพงษ์ กิตตินราดร


งานที่ 3 จะเปิดแสดงวันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคมนี้ ชื่อ จากป่าลึกสู่ปารีส โดยเป็นการพบกันของ 2 ช่างภาพต่างรุ่น ต่างเนื้อหางาน ทว่าทั้งคู่เลือกเดินอยู่บนถนนสายสารคดี

เลนส์และเรื่องราวคนละอย่าง แต่หัวใจไม่แตกต่างกัน




สิ่งนั้นคือความพยายามที่จะเรียนรู้และเข้าใจโลก



กล่าวสำหรับภาพสัตว์ป่า ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ แทบจะเป็นคนเดียวที่ทำงานด้านนี้มาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 20 ปี จากลูกหลานของอดีตพรานในเทือกเขาดงพญาเย็น เขาหักเหเปลี่ยนทัศนคติ แทนที่จะเป็นปืนเช่นคนรุ่นบรรพบุรุษ อาวุธของเขาคือกล้อง ปรัชญาชีวิตเปลี่ยนวิธีคิดจากการล่ามาสู่การเล่า


เล่าด้วยเรื่องและภาพซึ่งมั่นคงแล้วในเส้นทางของตัวเอง



ทำงานมายาวนาน แต่ ม.ล.ปริญญากรไม่เคยจัดนิทรรศการภาพถ่ายเป็นเรื่องเป็นราวเลยสักครั้ง (ในประเทศไทย) มากที่สุด เขาเคยมีหนังสือภาพเล่มหนาชื่อ ชีพจรไพร (Spirit of the Jungle)



ช่างภาพอีกคนคือ นิว – ศุภชัย เกศการุณกุล เขาจบคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สาขาภาพยนตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาพพอร์เทรตขาวดำของเขามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งกับการก่อร่างสร้างตัวของนิตยสาร open ในระยะบุกเบิก ความงามที่ถูกถ่ายทอดมีกลิ่นอายของความดิบ แต่ไม่เถื่อน เป็นการปะทะและคัดลอกความจริงในเซนส์สารคดี ทว่าก็มีรสละมุนละไมของบทกวีอาบเคลือบ

อาจกล่าวได้ว่าเป็นสไตล์หรือสกุลหนึ่งที่สร้างรสนิยมและส่งผลตกกระทบมาถึงปัจจุบัน


เขาเดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโท สำเร็จแล้วตัดสินใจบินกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด โดยยังคงถ่ายภาพเป็นอาชีพเหมือนเช่นเคย



ปารีสถูกบันทึกและบอกเล่ามาตลอด มันคือเมืองที่ไม่เคยถูกหลงลืมหรือตกสำรวจ นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราจะได้เห็นในอีกหลากหลายซอกมุม โดยช่างภาพไทยซึ่งหลงรักที่นั่นและใช้ชีวิตอยู่นานร่วม 6 ปี

จากป่าลึกสู่ปารีส บอกเล่าเรื่องราวของป่าและเมือง สองสิ่งที่ดูเหมือนอยู่ห่างไกล หากแท้จริงเกี่ยวโยงสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ในป่ามีเรื่องราวชีวิตไม่ต่างจากในเมือง ธรรมชาติเป็นผู้รักษาสมดุลให้แก่ทุกสิ่ง หากชีวิตป่าถูกทำลาย ความเสียหายจะคืบคลานสู่เมือง และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องเดินทางจากป่าลึกสู่ปารีส เพื่อเรียนรู้จากป่าและเข้าใจการดำรงอยู่(ในเมือง)ของเรามากขึ้น
-------------------------------------------------------------------

จากป่าลึกสู่ปารีส
จัดแสดงระหว่างวันที่ 12 กรกฎาคม ถึง 17 สิงหาคม 2551

สถานที่ People Space
เปิดเฉพาะเสาร์และอาทิตย์ 11.00-19.00 น.
ข้อมูลและรูปเพิ่มเติม โทร. 081 5491002
Email: people.space@yahoo.com

http://www.people-space.blogspot.com/



Opening Party: วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม ตั้งแต่ 2 ทุ่มเป็นต้นไป


- ชมสไลด์ภาพสัตว์ป่าจาก ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ประกอบดนตรีสดโดย มาโนช พุฒตาล
- ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา สนทนากับ ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ และ ศุภชัย เกศการุณกุล
- เปิดตัวหนังสือ นก คน ฝน ไฟ โดย ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ และ In Paris โดย ศุภชัย เกศการุณกุล จากสำนักพิมพ์ openbooks



Thursday, June 19, 2008

Hand-Coloured Course




ในที่สุดก็มาถึงกิจกรรมสุดท้ายจากนิทรรศการ Mind's Eye: Collections of Hand-Coloured Black and White Photographs

นักเรียนมากันหลายคนจนทำให้ People Space เล็กไปถนัดตา (แต่ความจริง ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนักหรอกค่ะ)

แม้จะเบียดเสียดกันเล็กน้อย แต่ทุกคนดูเพลิดเพลินกับบทเรียนการลงสีจากคุณครูชัยพงษ์จนลืมเวลากันไปเลย ลองดูภาพด้านบนนะคะว่าผลงานของแต่ละคนเป็นอย่างไรกันบ้าง

คุณครูแอบกระซิบมาว่า นักเรียนรุ่นนี้มีแววค่ะ :-)

ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมสนุกกับเราและหวังว่าจะได้พบกันใหม่อีกครั้งในนิทรรศการครั้งหน้า

แวะมาด้อมๆ มองๆ แถวนี้บ่อยๆ นะคะ จะเอาข่าวอัพเดตมานำเสนอเร็วๆ นี้ค่ะ

Monday, May 26, 2008

กิจกรรมสาธิตการลงสีภาพขาว-ดำด้วยมือ



ผ่านไปแล้วกับกิจกรรมสาธิตการลงสีภาพขาว-ดำด้วยมือเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ศิลปินของเรา-คุณชัยพงษ์ บรรจงลงสีลงบนภาพพร้อมตอบข้อซักถามของผู้เข้าร่วมในบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง
หลังจากนั้นจึงถ่ายภาพผู้ที่ต้องการกลับมาลองฝีมือการลงสีภาพขาว-ดำของตนเองในวันอาทิตย์หน้า
แล้วจะเอารูปมาอวดกันอีกค่ะว่าภาพ Hnad-Coloured ของแต่ละคนออกมาเป็นยังไง
ใครสนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรมด้วยกัน มาเจอกันที่ People Space ได้เลยค่า

Sunday, May 18, 2008

ลงทะเบียนกิจกรรม Mind's Eye



ใครที่อยากรู้ว่าภาพถ่ายขาวดำลงสีด้วยมือ (Hand-Coloured) ทำกันอย่างไร
ใครที่อยากจะมีรูป Hand-Coloured สักรูป ไม่ว่าจะเป็นภาพของตัวเอง ครอบครัว เพื่อนฝูง หรือคนรัก
People Space อยากชวนให้มาร่วมกิจกรรม Mind's Eye ด้วยกันค่ะ

กิจกรรมต่างๆ มีดังนี้

1. วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2551 (บ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป)
Hand-Colouring Photography Demonstration and Shooting Day
- พบกับการสาธิตการทำภาพลงสีด้วยมือโดยศิลปิน-ชัยพงษ์ กิตตินราดร
- สำหรับผู้ที่สนใจจะทำภาพ Hand-Coloured ด้วยตนเองหรือให้ศิลปินทำให้
ศิลปินและช่างภาพขาว-ดำจากกลุ่ม B&W Rhapsodies Group จะทำการถ่ายภาพขาว-ดำ
พร้อมล้างอัดเพื่อให้ทุกคนกลับมาลงสีภาพของตนเองในอาทิตย์ถัดไป
- ไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับชมการสาธิต

2. วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2551 (บ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป)
Hand-Coloured Photographs Workshop
- ผู้ที่ถ่ายภาพในอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม จะกลับมาอีกครั้งเพื่อร่วมเวิร์คช็อปการลงสีภาพด้วยมือ
โดยจะลงสีเองหรือให้ศิลปินลงสีให้ก็ได้
- ค่าใช้จ่ายรวมอุปกรณ์ 500 บาทต่อหนึ่งภาพ (ภาพขนาด 8x10 นิ้ว)

3. วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน 2551 (บ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป)
Hand-Colouring Photography Course
- สำหรับผู้ที่สนใจอยากลงลึกเรื่องการลงสีภาพด้วยมือ ศิลปิน-ชัยพงษ์ กิตตินราดร
จะมาบรรยายและสอนภาคปฏิบัติ ครบถ้วนตั้งแต่ต้นจบจบว่าทำภาพลงสีด้วยมือเขาทำกันอย่างไร
(โดยศิลปินจะเตรียมภาพถ่ายขาว-ดำสำหรับลงสีไว้ให้)
- ค่าใช้จ่ายรวมอุปกรณ์ 500 บาทต่อคน

สรุปสั้นๆ ก็คือ




  • สำหรับคนที่ต้องการชมการสาธิตเฉยๆ สามารถมาได้ในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม ตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ


  • สำหรับคนที่ต้องการภาพขาวดำลงสีด้วยมือ ต้องมาถ่ายรูปในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม ตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป พร้อมชำระเงินมัดจำ 100 บาท และหากต้องการมาลงสีด้วยตนเอง ต้องกลับมาอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน แต่สำหรับคนที่ต้องการให้ศิลปินลงสีให้ สามารถชำระเงิน 500 บาทและให้ทาง People Space จัดส่งให้ได้ (ค่าจัดส่ง 40 บาท)


  • สำหรับคนที่ต้องการลงลึกทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ สามารถร่วมกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน ตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป


การลงทะเบียน




  • เขียนชื่อ-นามสกุลจริง เบอร์โทรติดต่อ และอีเมล ไว้ในกล่องคอมเม้นต์ด้านล่างนี้ พร้อมทั้งระบุหมายเลขกิจกรรมที่ต้องการเข้าร่วมค่ะ


แล้วเจอกันเร็วๆ นี้นะคะ



หากมีข้อสงสัยอะไร โทรมาได้ที่ 0815491002 หรืออีเมลมาที่ people.space@yahoo.com ค่ะ

Tuesday, May 13, 2008

Mind's Eye: Collections of Hand-Coloured Black and White Photographs





เปิดแสดงระหว่างวันที่ 17 พฤษภาคม – 21 มิถุนายน 2551

Opening Party : 17 พฤษภาคม 2551 เวลา 2 ทุ่มเป็นต้นไป
- การบรรเลงขิมโดย เอรินทร์ ทรงเดชาไกรวุฒิ ประกอบการแสดงสไลด์ภาพ Hand-coloured
- ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ชวนศิลปิน-ชัยพงษ์ กิตตินราดร พูดคุยถึงที่มาที่ไปว่าทำไมต้องเป็น Hand-coloured photographs

สถานที่ : People Space 116 ถนนแพร่งภูธร แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทร : 0815491002 อีเมล : people.space@yahoo.com


http://www.people-space.blogspot.com/
Open Hours : เฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 11.00 ถึง 19.00 น.
สื่อมวลชนและหมู่คณะ : By Appointment (หากนอกเหนือจากวันเสาร์และอาทิตย์)


Events & Activities :

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2551 (บ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป)
Hand-Colouring Photography Demonstration and Shooting Day
- พบกับการสาธิตการทำภาพลงสีด้วยมือโดยศิลปิน-ชัยพงษ์ กิตตินราดร

- สำหรับผู้ที่สนใจจะทำภาพ Hand-Coloured ด้วยตนเองหรือให้ศิลปินทำให้ ศิลปินและช่างภาพขาว-ดำจากกลุ่ม B&W Rhapsodies Group จะทำการถ่ายภาพขาว-ดำพร้อมล้างอัดเพื่อให้ทุกคนกลับมาลงสีภาพของตนเองในอาทิตย์ถัดไป
- ไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับชมการสาธิต

วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2551 (บ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป)
Hand-Coloured Photographs Workshop
- ผู้ที่ถ่ายภาพในอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม จะกลับมาอีกครั้งเพื่อร่วมเวิร์คช็อปการลงสีภาพด้วยมือ โดยจะลงสีเองหรือให้ศิลปินลงสีให้ก็ได้

- ค่าใช้จ่ายรวมอุปกรณ์ 500 บาทต่อหนึ่งภาพ (ภาพขนาด 8*10 นิ้ว)

วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน 2551 (บ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป)
Hand-Colouring Photography Course
- สำหรับผู้ที่สนใจอยากลงลึกเรื่องการลงสีภาพด้วยมือ ศิลปิน-ชัยพงษ์ กิตตินราดร จะมาบรรยายและสอนภาคปฏิบัติ ครบถ้วนตั้งแต่ต้นจบจบว่าทำภาพลงสีด้วยมือเขาทำกันอย่างไร (โดยศิลปินจะเตรียมภาพถ่ายขาว-ดำสำหรับลงสีไว้ให้)

- ค่าใช่จ่ายรวมอุปกรณ์ 500 บาทต่อคน

ปิดนิทรรศการ : 21 มิถุนายน 2551


-- ในงานเตรียมพบกับหนังสือภาพ Mind’s Eye : Collections of Hand-Coloured Black and White Photographs โดยชัยพงษ์ กิตตินราดร จากสำนักพิมพ์ openbooks--




"ผมไม่เคยปฏิเสธว่าโลกนี้เต็มไปด้วยสีสัน
แต่ในฐานะคนที่หลงใหลในการถ่ายภาพ
และด้วยรสนิยมส่วนตัวที่ไม่ชอบผิวสัมผัสที่เป็นวิทยาศาสตร์
บนกระดาษถ่ายภาพที่ได้มาจากเนกาตีฟสี
หรือแม้แต่ที่พิมพ์จากสไลด์โดยตรง
ผมรักที่จะลงสีบนภาพถ่ายขาวดำด้วยตนเองมากกว่า
สื่อและสีหลายชนิดถูกนำมาใช้
เพียงเพื่อให้ได้ภาพตามจินตนาการที่ปรารถนา
บางครั้งเลียนแบบสีจริง บางครั้งก็จงใจให้ต่างออกไป"



ชัยพงษ์ กิตตินราดร


........................................................................



ในโลกสมัยใหม่ที่อะไรๆ ดูจะรวดเร็วไปเสียหมด
งานอดิเรกที่ต้องทำอย่างเนิบช้าเริ่มจะให้ความรื่นรมย์ไม่ทันใจ
เราหันไปเสพความบันเทิงทางโทรทัศน์ที่มีหยิบยื่นให้แบบวินาทีต่อวินาทีเพียงแค่จรดนิ้วกดปุ่มรีโมตคอนโทรล
ทุกวันเราเร่งรีบและเสพติดเทคโนโลยีที่ทำให้เราประหยัดเวลา
โดยหารู้ไม่ว่าเวลาที่เราได้คืนมากลับถูกใช้ไปอย่างว่างเปล่าและหมดเปลือง
และเทคโนโลยีที่หวังว่าจะช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น หลายครั้งกลับทำให้ชีวิตเราซับซ้อน
ลึกๆ เราจึงโหยหาความเรียบง่ายสามัญแบบที่ครั้งหนึ่งเราเคยมีหรือหวังว่าจะมี




ชัยพงษ์ กิตตินราดร เป็นผู้ที่เข้าใจความจริงข้อนี้อย่างลึกซึ้ง

ในโลกที่ศิลปะการถ่ายภาพเคลื่อนที่ไปสู่ความเป็นดิจิตอลด้วยเทคนิคทางวิทยาศาสตร์อันก้าวไกล
ชัยพงษ์และผองเพื่อนต่างวัยรวมตัวกันภายใต้ชื่อกลุ่ม Black and White Rhapsodies Group
ในเว็บไซต์ www.bwfoto.net ของพวกเขา ประกาศชัดว่า “no digital cameras here”
เหตุก็เพราะพวกเขาหลงใหลในการถ่ายภาพขาว-ดำแบบดั้งเดิม
ที่ตัวผู้ถ่ายต้องควบคุมทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์ ตั้งแต่การถ่าย ล้าง และอัดรูป


ชัยพงษ์เชื่อว่า “ความจริงสีขาวและสีดำเป็นของที่พื้นที่สุด”

ถึงอย่างนั้น ในปัจจุบัน การถ่ายภาพขาว-ดำกลายเป็นเรื่องของความสนใจเฉพาะกลุ่ม
กล้องดิจิตอลที่มีอยู่ดาษดื่นทำให้ขั้นตอนการสร้างสรรค์ของภาพขาว-ดำดูยุ่งยาก
ด้วยคิดว่าถ่ายเป็นไฟล์ดิจิตอล - จะโหลดก็ง่าย ล้างอัดก็สบายกว่ากันเยอะ
ศิลปะในการถ่ายภาพที่ผู้สร้างงานต้องดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเองจึงกลายเป็นความซับซ้อน


แต่ครั้งหนึ่งภาพขาว-ดำคือความสามัญ
และหากต้องการให้ภาพมีสีสันแบบเดียวกับที่ตาเห็นในธรรมชาติ
ก็เพียงแค่เอาสีแต้มลงไปบนภาพถ่ายขาว-ดำเหล่านั้นเพื่อให้เกิดความสมจริง
ขั้นตอนอันเรียบง่ายละเอียดละออ หลอมรวมงานศิลปะและการฝีมือเอาไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน


และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ภาพลงสีด้วยมือ หรือ
Hand-coloured black-and-white photographs




แม้การเกิดขึ้นของฟิล์มเนกาตีฟสีจะทำให้ศาสตร์การลงสีภาพด้วยมือจางหายไป
แต่ยังมีช่างภาพจำนวนหนึ่งที่หลงใหลในเสน่ห์เฉพาะตัวของภาพ Hand-coloured นี้
วิธีในการทำงานอาจจะไม่ต่างจากเดิมเท่าใดนัก แต่วัตถุประสงค์ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
การลงสีภาพด้วยมือมิได้เป็นไปเพื่อการเลียนแบบธรรมชาติอย่างสมจริงอีกต่อไป
หากแต่เพื่ออิสระแห่งจินตนาการ
เป็นการทำงานของร่างกายและจิตใจที่สัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น
ความคิดและความรู้สึกถ่ายทอดตัวตนของผู้สร้างสรรค์งานผ่านสีสันที่บรรจงแต่งแต้มทีละน้อย
หากจะเปรียบกล้องถ่ายรูปเป็นร่างกาย ภาพถ่ายก็คือสิ่งที่ดวงตาในจิตใจของผู้ถ่ายมองเห็นนั่นเอง

Mind’s Eye รวบรวมผลงานภาพลงสีด้วยมือ (Hand-coloured photographs) ชุดใหญ่ของ ชัยพงษ์ กิตตินราดร - ช่างภาพผู้มีความสุขกับศาสตร์และศิลป์แห่งความเนิบช้านี้

People Space เชื่อมั่นว่า นอกจากความเพลิดเพลินที่ผู้ชมจะได้รับจากการชมภาพ
การได้มองโลกผ่านสายตาของผู้อื่น จะทำให้จิตใจของเราเปิดกว้างและมองสิ่งต่างๆ ในมุมที่ต่างไป




Saturday, May 10, 2008

จองภาพ Portrait ครั้งที่ 2

สวัสดีค่ะ

ในที่สุดก็ได้เวลาจองรูป Portarit ครั้งที่ 2 กันแล้ว (รูปมันเยอะเลยใช้เวลานานนิดนึง)
คราวนี้แบ่งเป็นรูปๆ ชัดเจน ราคารูปละ 200 บาท (หากเป็นนักเรียน มีส่วนลดให้ 10% เมื่อนำบัตรนักเรียนมาแสดงค่ะ)
วิธีการจองง่ายๆ ก็คือ เขียนชื่อ-นามสกุลจริง เบอร์โทรติดต่อ และอีเมล พร้อมทั้งระบุหมายเลขกลุ่มและหมายเลขภาพที่ต้องการจองที่กล่องคอมเมนต์ด้านล่าง

สำหรับการรับรูป สามารถมารับได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 17 เป็นต้นไป เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ นอกจากมารับรูปแล้ว ยังมีนิทรรศการภาพถ่ายขาวดำลงสีด้วยมือให้ชมกันด้วย หรือใครไม่สะดวกจะให้จัดส่งให้ทางไปรษณีย์ก็ได้ เพียงแต่เรากลัวว่ารูปอาจจะยับหรือฝนอาจจะทำให้เปียก ถ้าหากมาได้ก็มารับเองดีว่าเนอะ :-)

สำหรับกติกาการจองรูปก่อนหน้านี้ มีการเปลี่ยนแปลงนิดนึงค่ะ
จากราคา 150 บาท เราลดลงให้เหลือช่องละ 100 บาทเพราะหลายคนติดหลายช่อง
และเช่นกัน สำหรับน้องๆ นักเรียน หากเอาบัตรมาแสดงเรามีส่วนลดให้อีก 10% ค่ะ
เข้าไปจองกันได้ที่โพสต์อันเดิมค่ะ

หากมีข้อสงสัยอะไร ส่งเมลมาได้ที่ people.space@yahoo.com หรือโทรมาที่ 081-5491002 ค่า
















Friday, May 09, 2008

Portrait Night No.2

Monday, April 28, 2008

บรรยากาศงาน Live Comic Making

บรรยากาศงาน Portrait ครั้งที่ 1

จองรูป Portrait กันได้แล้วจ้า!!!

สวัสดีค่ะ

ในที่สุดก็ถึงเวลาจองรูป Portrait เสียที
รูปทั้งหมดแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มแบ่งออกเป็น 72 ช่องเท่าๆ กัน และมีหมายเลขกำกับอยู่อย่างชัดเจน
แต่เนื่องจากหลายคนอยู่ในช่องเดียวกัน วิธีง่ายๆ ก็คือหากใครจองทับช่องเดียวกัน เราจะให้ตกลงกันเพื่อแบ่งช่องนั้นคนละครึ่งซึ่งจะทำให้ราคาถูกลง
หนึ่งช่องมีมูลค่าน่ารักๆ ที่ 150 บาท ใครอยากได้ช่องไหนจองกันเข้ามาได้เลยนะคะ
วิธีการก็คือ เขียนชื่อ-นามสกุลจริง เบอร์โทรติดต่อ และอีเมล พร้อมทั้งบอกเลขกลุ่มและหมายเลขช่องที่ต้องการจอง ในกล่อง Comment ด้านล่างนี้ได้เลย

ป.ล. ในวันรับภาพ เราจะมีภาพกลุ่มขนาดโปสการ์ดให้เป็นที่ระลึกค่ะ :-)

และหากใครยังติดใจ ก็กลับมาเจอกันวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคมนี้ได้นะคะ
ฝนอาจจะตก คนอาจจะเยอะ แต่งานแบบนี้ไม่ได้มีกันทุกวันเนอะ

แล้วไว้เจอกันนะคะ




Group 1







Group 2




Group 3





Group 4

Friday, April 25, 2008

อย่าพลาด 2 กิจกรรมสุดท้ายของนิทรรศการ "กระดาษ"

Monday, April 21, 2008

99 Portraits

เอารูปเหมือนของทั้ง 99 ชีวิตมาให้ดูกันก่อนค่ะ
ส่วนรายละเอียดในการจองและราคา ขอเวลาอีกซักนิดนะคะ
เนื่องจากติดขัดปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อย (PS ค่อนข้างโลว์เทคน่ะค่ะ)
หวังว่าจะได้รับความเพลิดเพลินจากการรับชมภาพทั้งหมดนี้
แล้วพบกันใหม่ค่า :-)

P.S. สังเกตดูนะคะว่าแต่ละคนจะมีเลขประจำตัวอยู่ จดจำไว้เพื่อการจองรูปในอนาคตอันใกล้นี้ค่ะ




























Thursday, April 17, 2008

ข่าวด่วนงาน Portrait !!!!

เนื่องจากมีเสียงเรียกร้องอยากเข้าร่วมงาน Portrait อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

People Space เป็นคนใจอ่อน ไม่อยากทำให้แฟนๆ พี่ตั้มต้องผิดหวัง เราจึงอยากชวนทุกๆ คนให้มาร่วมงาน แม้จะไม่ได้มีชื่ออยู่ในลิสต์ลงทะเบียนก่อนหน้าก็ตาม

แม้พื้นที่ของเราจะเล็ก แต่เชื่อว่าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คงชอบความอบอุ่นเมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คนที่ชอบในสิ่งเดียวกัน

ข่าวดีคือ เรากำลังทำการแก้ไขระบบสร้างความเย็นให้เพื่อนๆ ไม่ต้องอบอุ่นมากจนเกินไปนัก ซึ่งนั่นทำให้เราสบายใจว่าจะสามารถต้อนรับทุกคนได้ดีกว่าคราวที่แล้ว และกล้าที่จะเอ่ยปากชวนทุกๆ คนให้มาเบียดเสียดกันอีกครั้ง

พี่ตั้มยืนยันมาว่า สู้ตาย วาดเท่าไหร่ก็ได้ มากันได้เลย เพราะฉะนั้น มาเจอกันวันที่ 19 นะคะ ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำเป็นต้นไป (กิจกรรมจะเริ่มตอน 2 ทุ่ม) แล้วเราจะได้รู้กันว่าหน้าตาแบบการ์ตูนๆ (ในสไตล์พี่ตั้ม) ของเราจะเป็นยังไง

ป.ล. สำหรับ 30 คนที่ลงทะเบียนมาแล้ว จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้ให้พี่ตั้มวาดรูปค่ะ คนที่เหลือก็รอนิดหน่อยนะคะ

People Space ต้องขออภัยหากทำให้เกิดความสับสนมา ณ ที่นี้

Wednesday, April 09, 2008

รายชื่อผู้ได้เข้าร่วมงาน Live Portrait Drawing วันที่ 19 เมษายน

สรุปรายชื่อแล้วนะคะ 30 คนตามหมายเลข
แต่หากใครมาไม่ได้ ช่วยบอกด้วยเพื่อให้เพื่อนๆ ลำดับที่ 31-40 มีโอกาสแทนค่ะ
แล้วเจอกันวันที่ 19 นะคะ

Name
1. Lapasrada Prapatechawasin
2. Shanakan Vittayakonbundit
3. Naphak Pipatweerawat
4. Benjaphan Rungsubhatanond
5. Warit Buranapattama
6. Win Nimmanworawuth
7. Sopitsuda Pontongsatit
8. Wipaporn Nimmanworawuth
9. Meesiri Chaiwatcharananon
10. นางสาว ภุมรา ตันตินิธิกุล
11. นางสาว พัชราพร ตัญญะวังรัตน์
12. Tayanee sriyotha
13. Adisorn Chongphanitkul
14. Nawarat suwannachai
15. Duangporn Panyasen
16. Wanwara Sutthisak
17. Natapon Siripatarawanich
18. Rattaya Janyajirawong
19. Chonlawit Janyajirawong
20. Chomphunoot Chomphurat
21. Chayanin Sakdikul
22. Nutdanai Siribongkot
23. Palida Rattavisit
24. Jedsada Chinapathanawong
25. Saroj Hopech
26. พิสิฎฐ์กุล
27. Thayart Kaewborisut
28. Tritraporn Munsuk
29. จีราวรรณ ตั้งกีรติการ
30. Uraiwan Noinak

Sunday, April 06, 2008

วันหยุดสงกรานต์

สวัสดีค่ะ มาแจ้งข่าวว่า people space จะหยุดยาวช่วงวันสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 12-18 เมษายน
กลับมาเจอกันวันงาน Live Portrai Drawing วันที่ 19 เมษายนนะคะ

ขอให้ทุกคนมีวันหยุดที่สนุกสนาน สบายกายและสบายใจ

แล้วเจอกันค่า :-)

Saturday, April 05, 2008

ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม Live Portrait วันที่ 19 เมษายน




สวัสดีค่ะ หลังจากวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ในวันที่ 19 เมษายนนี้ เวลา 2 ทุ่มเป็นต้นไป People Space อยากชวนทุกคนมาร่วมกิจกรรม Live Portrait Drawing กันค่ะ โดยพี่ตั้มจะวาดรูปเหมือนทุกๆ คนที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้ :-)

แต่เนื่องจากขนาดอันจำกัดของ People Space เราจึงมีความจำเป็นต้องให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม Live Portrait Drwaing นี้ล่วงหน้า
30 คนแรกที่ลงทะเบียนจะได้เข้าร่วมงานนี้ค่ะ

ลงทะเบียนได้ที่นี่ โดยทิ้งชื่อจริงและอีเมลไว้ในกล่อง comment


แต่หากใครพลาดลงทะเบียนไม่ทัน ก็มาร่วมงานได้นะคะ
หรือไม่ก็รอลงทะเบียนครั้งใหม่ในกิจกรรมวันที่ 26 เมษายน และ 3 พฤษภาคม
ติดตามความคืบหน้าได้ในบล็อกของ People Space แห่งนี้ค่ะ

แล้วไว้พบกันนะคะ

ป.ล. งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากผู้เข้าร่วมต้องการภาพเขียนของตัวเองกลับบ้านค่ะ

Tuesday, April 01, 2008

ภาพบรรยากาศงานเปิดนิทรรศการกระดาษ :-)




มาแล้วค่า สดๆ ร้อนๆ ภาพบรรยากาศงานเปิดตัวนิทรรศการ "กระดาษ" ที่ People Space
ผู้คนมากันหนาแน่นจนอุณหภูมิห้องสูงขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม
ขอบคุณทุกๆ คนที่มาในวันนั้น ขอบคุณทุกรอยยิ้มแม้ในวันที่ People Space ร้อนจัด
พบกันใหม่เร็วๆ นี้ค่ะ

P.S. ด้วยความที่พื้นที่ของ People Space มีจำกัด สำหรับกิจกรรมวาดภาพที่จะมีขึ้น
ในวันที่ 19, 26 เมษายน และ 3 พฤษภาคมนั้น
PS อาจต้องขอให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ลงทะเบียนเข้ามาล่วงหน้า
เพื่อจำกัดจำนวนคนในแต่ละรอบให้พอเหมาะพอดี
แล้วจะเข้ามาบอกรายละเอียดอีกทีนะคะ อดใจรอซักหน่อย :-)

Wednesday, March 26, 2008

People Space Map :-)


Saturday, March 22, 2008

กระดาษ


People Space และสำนักหนังสือไต้ฝุ่นภูมิใจเสนอ
กระดาษ
นิทรรศการแสดงต้นฉบับงานของตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร


เปิดงานวันที่ 29 มีนาคม 2551 เวลา 2 ทุ่ม
พบกับการแสดงเปียโนประกอบอนิเมชั่นในวันงานค่ะ

แล้วเจอกันนะคะ :-)

P.S. พบกับข่าวกิจกรรมต่างๆ เร็วๆ นี้